ข้ามไปบทความ

Qwen 3.6 ในคลิป Julian Goldie: แยกรุ่นเปิดน้ำหนักออกจากเดโมบน Qwen Studio

อ่านเดโม Qwen 3.6 ผ่านงานเขียนหน้าขายและวิเคราะห์ภาพ แยกข้อมูลรุ่นเปิดน้ำหนัก 35B-A3B จาก Qwen Studio พร้อมต้นทุน ข้อจำกัด และบริบทเดือนเมษายน 2026

โดย Insiderly
ภาพปกคลิป Qwen 3.6 พร้อมโลโก้โมเดลและข้อความ NEW & FREE ซึ่งเป็นข้อความประชาสัมพันธ์ของต้นทาง
เผยแพร่:

บทความย้อนหลังจากคลิปของ Julian Goldie SEO · วันที่บทความต้นทาง 18 เมษายน 2026 (ไม่ใช่วันที่อัปโหลดวิดีโอที่ตรวจยืนยันแล้ว) ตรวจทานแยกรุ่นโมเดลและขอบเขตเดโมก่อนย้ายบทความ

คำว่า Qwen 3.6 ในต้นทางครอบคลุมทั้งข่าวโมเดลและการทดลองผ่าน Qwen Studio ภาพหน้าจอบางภาพระบุ Qwen3.6-Plus ส่วนข้อมูล 35B/3B และ Apache 2.0 ในบทความนี้หมายถึงรุ่นเปิดน้ำหนัก Qwen3.6-35B-A3B โดยเฉพาะ อย่าเหมารวมใบอนุญาตหรือค่าใช้บริการของทุกรุ่นเข้าด้วยกัน

อ่านประกอบกับ คลิปต้นทางของ Julian Goldie SEO ตัวอย่างงานขายและการวิเคราะห์ภาพต่อไปนี้เป็นสิ่งที่ต้นทางสาธิตและแนวทางทดลอง ไม่ใช่ผลทดสอบประสิทธิภาพที่ตรวจยืนยันอิสระ

AI ที่น่าจับตาในรอบนี้ไม่ใช่แค่ model ใหม่ที่ตัวเลขใหญ่ขึ้น แต่เป็นตัวอย่างชัดเจนว่าโลก AI กำลังขยับจากการแข่งขันเรื่อง “ขนาด” ไปสู่การแข่งขันเรื่อง “สถาปัตยกรรม” คลิปจากช่อง Julian Goldie SEO หยิบ Alibaba Qwen 3.6 มาอธิบายแบบตรงประเด็นว่า ทำไม model ฟรีและ open source ตัวนี้ถึงน่าสนใจสำหรับคนที่อยากเอา AI ไปใช้กับงานจริง

ประเด็นที่น่าสนใจกว่าเรื่องความแรง คือ Qwen 3.6 ถูกวางตำแหน่งให้เป็นเครื่องมือทำงาน ไม่ใช่แค่ chatbot เอาไว้ถามเล่น มันเขียนคอนเทนต์ได้ คิดเป็นขั้นตอน วิเคราะห์ภาพได้ ทำงานหลายสเต็ปต่อเนื่องได้ และยังเปิดให้ใช้เชิงพาณิชย์ภายใต้ Apache 2.0 อีกด้วย ถ้ามองจากมุมเจ้าของธุรกิจไทย สิ่งนี้สำคัญมาก เพราะต้นทุนการเริ่มใช้ AI อาจลดลง แต่ความสามารถกลับสูงขึ้น

บทความนี้สรุปสาระจากคลิป พร้อมวิเคราะห์ต่อว่า Qwen 3.6 เหมาะกับงานแบบไหน ใช้อย่างไรให้คุ้ม และมีข้อจำกัดอะไรที่เราควรรู้ก่อนรีบเอาไปใช้กับธุรกิจจริง

สารบัญ

Step 1: เข้าใจให้ชัดว่า Qwen 3.6 ไม่ได้เด่นแค่ “ฟรี”

Qwen 3.6 เป็น AI model จาก Alibaba ที่ถูกพูดถึงเพราะมันเป็น free + open source และเปิดให้ใช้งานเชิงพาณิชย์ได้ จุดนี้ต่างจากหลายบริการที่เก่ง แต่ผูกกับค่า subscription หรือผูกกับ API ของผู้ให้บริการโดยตรง

สิ่งที่ทำให้หลายคนตื่นเต้นไม่ใช่แค่ใช้ฟรี แต่คือมันถูกออกแบบมาให้มีความสามารถระดับใช้งานจริง ทั้งงานเขียน งานคิดเชิงเหตุผล งานวิเคราะห์เอกสารยาว งาน automation และงานที่เกี่ยวกับภาพ

สำหรับธุรกิจ นี่แปลว่าเราอาจไม่ต้องเริ่มจากการซื้อแพ็กเกจแพงๆ เสมอไป หากโจทย์คือการทดลอง AI ภายในทีม การทำ prototype หรือการสร้าง workflow เฉพาะขององค์กร Qwen 3.6 ทำให้จุดเริ่มต้นเข้าถึงง่ายขึ้นมาก

โพสต์จาก X เกี่ยวกับ Qwen 3.6-35B-A3B สรุปสถาปัตยกรรม MoE และใบอนุญาต Apache 2.0

Step 2: ดูสถาปัตยกรรม Mixture of Experts ว่าทำไมถึงเร็วและคุ้มกว่า model ใหญ่

หนึ่งในจุดขายหลักของ Qwen 3.6 คือมันมี 35 billion parameters แต่ใช้จริงในแต่ละงานเพียงราว 3 billion active parameters เท่านั้น แนวคิดนี้เรียกว่า Mixture of Experts หรือ MoE

ตัวเลข 35B และ 3B เป็นจำนวนพารามิเตอร์ ไม่ใช่จำนวนผู้เชี่ยวชาญหรือจำนวนงานที่ทำพร้อมกัน แนวคิด MoE คือเลือกใช้บางส่วนของเครือข่ายในการประมวลผลแต่ละโทเค็น

ผลลัพธ์คือเราได้ model ที่ดูเหมือนใหญ่ แต่ไม่ต้องแบกรับต้นทุนการประมวลผลเต็มขนาดตลอดเวลา นี่คือเหตุผลที่คลิปชี้ว่า Qwen 3.6 สามารถสู้กับ model ที่ใหญ่กว่าหลายเท่าได้

มุมที่น่าสนใจสำหรับธุรกิจไทยคือ เราไม่ควรมอง AI แค่จากตัวเลขขนาด model อีกต่อไป เพราะสิ่งที่กระทบกับการใช้งานจริงคือ

ตรงนี้ Qwen 3.6 ดูมีทิศทางที่น่าสนใจมาก เพราะมันไม่ได้ชูแค่ความฉลาด แต่ชู “ความฉลาดที่เอาไปใช้งานได้จริง”

Step 3: ใช้ประโยชน์จากความเป็น open source ให้ถูกทาง

Qwen3.6-35B-A3B รุ่นเปิดน้ำหนักใช้ใบอนุญาต Apache 2.0 ซึ่งแปลว่าธุรกิจสามารถนำไปใช้เชิงพาณิชย์ แก้ไข และ deploy เองได้ นี่เป็นเรื่องใหญ่สำหรับองค์กรที่ไม่อยากผูกอนาคตทั้งหมดไว้กับ provider รายเดียว

จากมุมคนทำธุรกิจ ประโยชน์มีหลายข้อ

แต่เราควรแฟร์กับความจริงด้วยว่า “ใช้ฟรี” ไม่ได้แปลว่า “ไม่มีต้นทุน” เสมอไป ถ้าเราจะรันเอง อาจมีต้นทุนด้านเครื่อง เซิร์ฟเวอร์ การติดตั้ง หรือคนที่ช่วยดูแลระบบ ดังนั้นสำหรับธุรกิจที่ยังไม่พร้อมด้านเทคนิค วิธีที่สมเหตุผลอาจเป็นการเริ่มจากการทดลองใช้ผ่านบริการที่รองรับก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะลงทุนตั้งระบบเองหรือไม่

หน้าจอ API Usage ของ Qwen 3.6 บน Qwen Studio

Step 4: เริ่มจากงานที่เห็นผลเร็ว เช่น งานเขียนหน้าเว็บและคอนเทนต์ขาย

ตัวอย่างในคลิปที่น่าเอามาปรับใช้ทันที คือการให้ Qwen 3.6 เขียนหน้าอธิบายบริการหรือ community โดยใส่ prompt ที่ชัดเจน เช่น ให้เขียนหน้าขายที่อธิบายว่า AI automation คืออะไร สำคัญกับเจ้าของธุรกิจอย่างไร สมาชิกจะได้อะไร และทำไมผู้ที่เริ่มใช้ AI เร็วจะได้เปรียบคู่แข่ง

ตัวอย่างในคลิปเป็นการร่างข้อความสำหรับหน้าขาย ทั้ง headline, bullet points, benefit section และ call to action จึงควรอ่านเป็นเดโมงานเขียน ไม่ใช่หลักฐานว่าได้เว็บไซต์พร้อมใช้งานหรือยอดขายเพิ่มขึ้นแล้ว

ประเด็นนี้สะท้อนอะไรบ้าง

สำหรับธุรกิจไทย เราสามารถประยุกต์ใช้กับงานแบบนี้ได้ทันที

อย่างไรก็ตาม จุดที่ต้องระวังคือ AI เขียนได้ดี แต่ยังไม่รู้ “ความจริงของธุรกิจเรา” เท่าคนในทีม ถ้าเราป้อนข้อมูลน้อย ผลลัพธ์ก็มักจะกว้างและคล้ายตลาด ดังนั้นงานที่ดีที่สุดจะเกิดเมื่อเราให้ข้อมูลจริง เช่น กลุ่มลูกค้า ปัญหาที่ลูกค้าเจอ จุดเด่นที่ต่างจากคู่แข่ง และน้ำเสียงแบรนด์

Qwen3.6-35B-A3B กำลังประเมินคำสั่งให้ร่างหน้าขายบน Qwen Studio
ภาพนี้ยังอยู่ระหว่างประเมินคำสั่ง จึงไม่ยืนยันเวลาที่ใช้หรือคุณภาพของคำตอบสุดท้าย

Step 5: เลือกใช้ Thinking Mode กับ Non-Thinking Mode ให้เหมาะกับงาน

อีกฟีเจอร์ที่น่าสนใจคือ Qwen 3.6 มีทั้ง thinking mode และ non-thinking mode ใน model เดียว

Non-thinking mode เหมาะกับงานที่ต้องการคำตอบเร็ว เช่น

Thinking mode เหมาะกับโจทย์ที่ต้องคิดหลายชั้น เช่น

ในคลิปมีตัวอย่างที่น่าสนใจ คือการถามว่า ลูกค้าที่กำลังจะเข้าร่วม community ด้าน AI automation น่าจะมีข้อกังวลอะไร 5 ข้อ และควรตอบอย่างไรบนหน้าเว็บ ผลลัพธ์ไม่ได้หยุดแค่ลิสต์หัวข้อ แต่ช่วยแตกเหตุผลและวิธีตอบกลับแบบมีตรรกะ

สำหรับธุรกิจ นี่คือจุดต่างสำคัญมาก เพราะโจทย์จำนวนมากไม่ได้ต้องการ “คำตอบไว” แต่ต้องการ “คำตอบที่คิดมาแล้ว” เช่น เราจะขายแพ็กเกจรายปีอย่างไรให้คนรู้สึกคุ้ม หรือจะอธิบายบริการที่จับต้องยากอย่าง AI automation ให้ลูกค้าเข้าใจอย่างไร

ถ้าใช้ถูก mode เราจะได้งานที่คมขึ้น และลดเวลาการคิดของทีมลงเยอะ

เมนูเลือกโหมด Fast และ Thinking ใน Qwen 3.6 Plus
เมนูในภาพเป็น Qwen3.6-Plus บน Qwen Studio ต้องแยกจากรุ่นเปิดน้ำหนัก35B-A3B

Step 6: ใช้ context window ขนาดใหญ่กับงานที่ AI ทั่วไปมักทำหลุด

Qwen 3.6 รองรับ context window มากกว่า 260,000 tokens ซึ่งเป็นตัวเลขที่สำคัญกับงานธุรกิจมากกว่าที่หลายคนคิด เพราะปัญหาคลาสสิกของ AI คือ เมื่อข้อมูลยาวขึ้น มันเริ่มลืมต้นเรื่อง หรือจับประเด็นไม่ครบ

context ที่ยาวมากทำให้เราป้อนข้อมูลจำนวนมากได้ในรอบเดียว เช่น

ตัวอย่างจากคลิปคือการป้อนเอกสารยาวเกี่ยวกับเป้าหมาย community, กลุ่มเป้าหมาย, content pillars และความท้าทายหลัก แล้วให้ model ช่วยเสนอ 10 ไอเดียคอนเทนต์สำหรับเดือนนั้น ผลที่ได้คือไอเดียที่เฉพาะเจาะจง ไม่ใช่คำแนะนำกว้างๆ แบบที่พบได้บ่อยจาก AI

ถ้าเอามาปรับกับธุรกิจไทย ภาพจะชัดมาก เช่น โรงเรียนกวดวิชาสามารถป้อนข้อมูลหลักสูตร กลุ่มผู้ปกครอง รีวิวเก่า คำถามที่พบบ่อย และข้อมูลคู่แข่ง จากนั้นให้ AI ช่วยคิดหัวข้อคอนเทนต์ที่ดึงคนสมัครได้ หรือคลินิกอาจป้อนข้อมูลบริการ ข้อจำกัดทางกฎหมาย และคำถามยอดฮิต เพื่อให้ AI ช่วยออกแบบ FAQ และบทความที่ตรงกับความกังวลของลูกค้า

จุดที่เราเห็นด้วยกับคลิปมากคือ คนส่วนใหญ่ยังใช้ AI แบบ “ถามสั้น ตอบสั้น” ทั้งที่มูลค่าจริงของ model แบบนี้อยู่ที่การให้มันเห็นภาพรวมเยอะพอ

สกรีนช็อต Qwen 3.6 แสดงรายการข้อคัดค้านสำคัญ (Objection #1 และ #2) และกลยุทธ์ตอบ
ตัวเลขROIและการรับประกันในคำตอบเป็นข้อความที่AIเสนอขึ้นในเดโม ไม่ใช่ผลประกอบการหรือเงื่อนไขที่ตรวจยืนยันแล้ว

Step 7: มอง Qwen 3.6 เป็นเครื่องมือทำ workflow ไม่ใช่แค่ chatbot

คลิปเน้นเรื่องสำคัญอีกอย่าง คือ Qwen 3.6 รองรับงานแบบ tool use, API และ agentic workflow หมายความว่า มันไม่ได้มีหน้าที่ตอบอย่างเดียว แต่สามารถทำงานต่อเนื่องหลายสเต็ปได้

ตัวอย่าง prompt ที่ใช้ทดสอบคือ ให้ทำ workflow คอนเทนต์แบบง่าย ตั้งแต่รับหัวข้อ สร้าง outline เขียน draft เสนอ title และดึง SEO keywords ออกมา โดยแยกผลลัพธ์เป็นแต่ละขั้นตอน

นี่คือภาพที่ชัดมากสำหรับทีมเล็กหรือเจ้าของกิจการที่ต้องทำหลายบทบาทพร้อมกัน เพราะ AI จะกลายเป็น “ผู้ช่วยประจำกระบวนการ” มากกว่า “เครื่องมือถามตอบ”

งานที่เราอาจต่อยอดได้ เช่น

อย่างไรก็ดี คำว่า “ทำ workflow ได้” ไม่ได้แปลว่าทุกอย่างจะอัตโนมัติทันที จุดอ่อนที่คนทำธุรกิจมักเจอคือ workflow ที่ AI สร้างขึ้นดูดีบนกระดาษ แต่พอใช้งานจริงกลับไม่เสถียร เพราะข้อมูลต้นทางไม่เป็นระบบ หรือขั้นตอนในทีมยังไม่ชัด ดังนั้นก่อนใช้ AI ทำงานหลายสเต็ป เราควรจัดกระบวนการเดิมให้เรียบร้อยก่อน

Step 8: ใช้ความสามารถด้านภาพกับงานการตลาดและตรวจงานได้จริง

Qwen 3.6 เป็น multimodal model ซึ่งหมายถึงอ่านภาพได้ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ข้อความ นี่มีประโยชน์มากกับงานการตลาด เพราะหลายปัญหาไม่ได้อยู่ใน copy อย่างเดียว แต่อยู่ใน layout, hierarchy และประสบการณ์บนหน้าเว็บ

ตัวอย่างที่คลิปเสนอคือ อัปโหลดภาพ screenshot ของ landing page แล้วถามว่าอะไรทำได้ดี อะไรยังขาด และควรปรับอย่างไรเพื่อเพิ่มยอดสมัคร

ความสามารถแบบนี้เหมาะกับงานหลายแบบ

มุมที่น่าสนใจสำหรับธุรกิจไทยคือ เรามักมีข้อมูลกระจัดกระจายอยู่ในรูป screenshot, infographic, dashboard หรือภาพสไลด์ ถ้า AI คุยกับข้อมูลภาพเหล่านี้ได้ งานวิเคราะห์จะเร็วขึ้นมาก

แต่ก็ต้องระวังเหมือนกันว่า การวิจารณ์ดีไซน์จาก AI ยังไม่ควรถูกใช้เป็นคำตัดสินสุดท้าย ควรใช้เป็น “คู่คิดรอบแรก” มากกว่า เพราะ conversion ที่แท้จริงขึ้นกับข้อมูลหน้างาน เช่น แหล่ง traffic, กลุ่มลูกค้า, ราคา และความน่าเชื่อถือของแบรนด์

Step 9: ประเมินให้ตรงว่า Qwen 3.6 เหมาะกับธุรกิจแบบไหน

ถ้าสรุปแบบใช้งานจริง Qwen 3.6 เหมาะมากกับธุรกิจที่มีงาน 4 กลุ่มนี้

ส่วนธุรกิจที่ควรประเมินเพิ่มก่อนใช้งานเต็มรูปแบบ คือธุรกิจที่มีข้อมูลอ่อนไหวมาก หรือมีข้อกำกับเข้ม เพราะถึง model จะ open source และ deploy เองได้ แต่กระบวนการติดตั้งและควบคุมข้อมูลก็ยังต้องอาศัยความพร้อมระดับหนึ่ง

อีกจุดที่เราคิดว่าควรพูดตรงๆ คือ แม้คลิปจะนำเสนอในมุมบวกค่อนข้างมาก แต่คำว่า “แทนเครื่องมือใหญ่ได้” ควรถูกตีความอย่างระวัง งานบางประเภท โดยเฉพาะงานที่ต้องแม่นมาก หรือเชื่อมกับระบบหลายส่วน ยังต้องพิสูจน์ในสภาพใช้งานจริงก่อนสรุปว่า model ฟรีจะทดแทนบริการระดับ enterprise ได้ครบ

Step 10: เริ่มใช้แบบคุ้มแรง ไม่ต้องรีบทำทุกอย่างพร้อมกัน

ถ้าเราเป็นเจ้าของธุรกิจหรือคนทำงานที่อยากลอง Qwen 3.6 แนวทางที่สมเหตุผลที่สุดไม่ใช่เริ่มจากโปรเจกต์ยักษ์ แต่เริ่มจากงานที่วัดผลได้เร็ว

  1. เลือก 1 งานที่ทำซ้ำทุกสัปดาห์ เช่น เขียนโพสต์หรือสรุปประชุม
  2. รวบรวมข้อมูลต้นแบบที่ดีของงานนั้น
  3. สร้าง prompt เดียวที่ใช้ซ้ำได้
  4. ทดสอบทั้งแบบตอบไวและแบบคิดเป็นขั้นตอน
  5. วัดผลจากเวลา คุณภาพ และความสม่ำเสมอ

ถ้าผลลัพธ์ดี ค่อยขยับไปสู่ workflow ที่ซับซ้อนขึ้น เช่น การทำคอนเทนต์ทั้งสาย ตั้งแต่ไอเดียจนถึง SEO keywords

Actionable Insights

Troubleshooting

ปัญหา: AI เขียนได้ลื่น แต่ข้อความดูทั่วไปมาก
สาเหตุ: ให้ข้อมูลธุรกิจน้อยเกินไป
วิธีแก้: ใส่ข้อมูลกลุ่มลูกค้า จุดขาย ความต่างจากคู่แข่ง และตัวอย่างข้อความที่ชอบลงใน prompt ให้ครบ

ปัญหา: ผลลัพธ์ยาวแต่ใช้จริงไม่ได้
สาเหตุ: ขอคำตอบกว้างเกินไป ไม่มีกรอบงานชัด
วิธีแก้: ระบุรูปแบบผลลัพธ์ให้ชัด เช่น ขอเป็น headline 5 ข้อ, bullet points, CTA 3 แบบ หรือ outline 7 หัวข้อ

ปัญหา: AI จำข้อมูลก่อนหน้าไม่ได้ครบ
สาเหตุ: ป้อนข้อมูลกระจัดกระจาย หรือสั่งงานคนละทิศทาง
วิธีแก้: รวมข้อมูลสำคัญไว้ในเอกสารเดียว แล้วสั่งงานจากฐานข้อมูลชุดเดียวกัน

ปัญหา: workflow ที่ออกแบบไว้ดูดี แต่ทีมใช้จริงแล้วงง
สาเหตุ: ขั้นตอนเดิมของทีมยังไม่ชัด
วิธีแก้: เขียน SOP แบบง่ายก่อน จากนั้นค่อยให้ AI ช่วยทำให้อัตโนมัติทีละส่วน

ปัญหา: รีวิวหน้าเว็บจาก AI แล้วไม่แน่ใจว่าควรเชื่อตรงไหน
สาเหตุ: AI ให้คำแนะนำจากภาพ แต่ไม่เห็นข้อมูล conversion จริง
วิธีแก้: ใช้ AI เป็นตัวช่วย audit รอบแรก แล้วค่อยตัดสินใจจากข้อมูลยอดขายหรือผลแคมเปญจริง

การต่อยอด

สรุป Checklist ทั้งหมด

สรุปแล้ว Qwen 3.6 เป็นสัญญาณชัดว่า AI สำหรับธุรกิจกำลังเข้าสู่ช่วงที่ “ของฟรี” ไม่ได้แปลว่า “ของเล่น” อีกต่อไป จุดแข็งของมันคือความสมดุลระหว่างความฉลาด ความยืดหยุ่น และต้นทุนที่เข้าถึงได้ ถ้าเราเป็นเจ้าของธุรกิจหรือคนทำงานที่อยากเริ่มใช้ AI แบบจริงจัง นี่คือ model ที่ควรทดลองอย่างน้อยหนึ่งรอบ โดยเฉพาะในงานคอนเทนต์ งานวิเคราะห์เอกสารยาว และ workflow ที่ต้องทำซ้ำทุกสัปดาห์

สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่ว่า AI ตัวไหนแรงที่สุด แต่คือเราเอา AI ไปเชื่อมกับงานจริงของธุรกิจได้แค่ไหน และในจุดนั้นเอง Qwen 3.6 กำลังทำให้คำถามนี้น่าสนใจกว่าเดิมมาก

แหล่งข้อมูลและบริบท

Insiderly

บทความจากกองบรรณาธิการ Insiderly

อ่านบทความทั้งหมด

More in โมเดลและงานวิจัย

See all
video thumbnail for 'ChatGPT 5.3 Instant'

ChatGPT 5.3 Instant: สรุปฟีเจอร์ใหม่ ความเร็ว ความแม่นยำ และข้อควรรู้ก่อนใช้งาน

โดย Insiderly
/
video thumbnail for 'This NEW FREE AI AGENT Just Changed Everything!  🤯'

Mercury 2: AI Agent ใหม่ที่เปลี่ยนสปีดและการใช้งานอย่างสิ้นเชิง

โดย Insiderly
/
video thumbnail for 'NEW Gemini Embedding 2 Update is INSANE!'

Gemini Embedding 2: เทคนิคค้นหา AI แบบมัลติโมดัลที่เปลี่ยนเกม

โดย Insiderly
/
video thumbnail for 'NEW Hunter Alpha is INSANE! (FREE!) 🤯'

Hunter Alpha ใหม่: AI 1 ล้านล้านพารามิเตอร์ กับหน่วยความจำ 1 ล้านโทเคน ที่เหมือนพนักงาน AI

โดย Insiderly
/

บทความอื่นจาก Insiderly

See all
ภาพปกบทสัมภาษณ์ Will Koh จาก Ramp เรื่อง GPT-5.5

GPT-5.5 กับงานจริง: บทเรียนจาก Will Koh และ Ramp

โดย Insiderly
/
ภาพปกคลิป ChatGPT Images 2.0 พร้อมตัวอย่างภาพจรวด

ChatGPT Images 2.0: ย้อนดูแนวคิดภาพสำหรับงานธุรกิจ

โดย Insiderly
/
ภาพปก The End of Apps ของ Kitze บนเวที AI Engineer Europe

AI Agents กับจุดจบของแอป: บทเรียนจาก Kitze

โดย Insiderly
/
ภาพปกการสนทนา Human Judgment in Agentic Engineering จาก AI Engineer Europe

AI เร่งงานได้ แต่แรงเสียดทานช่วยให้เราตัดสินใจดีขึ้น

โดย Insiderly
/