Introducing GPT-5: ก้าวใหม่ของ AI จาก OpenAI
บทความบรรณาธิการ 4 นาที
Editorial Brief

Introducing GPT-5: ก้าวใหม่ของ AI จาก OpenAI

<user-supplied>Introducing GPT-5: ก้าวใหม่ของ AI ที่ฉลาดและเก่งกว่าเดิม</user-supplied>

18 กันยายน 2568 อัปเดตล่าสุด 22 มิถุนายน 2569 อ่าน 4 นาที 767 คำ Wora AI
เหมาะกับคนที่
01

ต้องตามข่าว AI สำคัญแบบไม่เสียเวลาทั้งวัน

02

ต้องอธิบายประเด็นนี้ให้ทีมฟังแบบกระชับ

03

อยากแยกเรื่องที่ควรลงมือออกจากข่าวที่ผ่านไปเร็ว

สำหรับสมาชิก

สมาชิกได้อ่านต่อว่าเรื่องนี้ควรมองยังไง

เรื่องนี้สำคัญกับหมวด AI แค่ไหน
ควรลองตอนนี้ หรือรอดูอีกสักพัก
เรื่องนี้อาจกระทบเครื่องมือและวิธีทำงานอย่างไร
ดูสิทธิ์สมาชิก
Introducing GPT-5: ก้าวใหม่ของ AI จาก OpenAI
ให้ AI ช่วยอ่านต่อ
แชร์

เปิดบทความนี้ต่อในเครื่องมือที่คุณใช้ แล้วให้ช่วยสรุปมุมที่ควรคุยกับทีม: <user-supplied>Introducing GPT-5: ก้าวใหม่ของ AI ที่ฉลาดและเก่งกว่าเดิม</user-supplied>

สารบัญ

พบกับ GPT-5 รุ่นล่าสุดจาก OpenAI ที่พัฒนา AI ให้ฉลาดขึ้น รวดเร็วขึ้น และน่าเชื่อถือมากกว่าเดิม พร้อมความสามารถ reasoning, การสร้างซอฟต์แวร์ และใช้งานฟรีผ่าน ChatGPT

หลังจากที่เราได้เห็นวิวัฒนาการของ ChatGPT มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เปิดตัวเมื่อกว่า 32 เดือนก่อน ตอนนี้ก็ถึงเวลาที่โลก AI จะได้ตื่นตาตื่นใจกับ GPT-5 รุ่นล่าสุด ที่เปิดตัวพร้อมความสามารถที่ก้าวกระโดดเหนือรุ่นก่อนหน้าอย่างชัดเจน คลิปวิดีโอที่เพิ่งชมจบจาก OpenAI นำเสนอภาพรวมและเดโมการใช้งาน GPT-5 ที่ทำให้เราเห็นว่า AI ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือช่วยตอบคำถามอีกต่อไป แต่กลายเป็นเพื่อนร่วมงานระดับ PhD ที่ช่วยเขียนโค้ด วางแผนชีวิต และแม้แต่ช่วยตัดสินใจเรื่องสุขภาพได้อย่างน่าทึ่ง

GPT-5 คืออะไรและทำไมถึงสำคัญ?

GPT-5 ถือเป็นการอัปเกรดครั้งใหญ่จาก GPT-4 ที่เคยสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับ AI ในการประมวลผลภาษาและการให้คำตอบที่มีเหตุผล โดย GPT-5 ไม่เพียงแค่ฉลาดและตอบเร็วขึ้น แต่ยังมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์อย่างลึกซึ้งและมีความน่าเชื่อถือสูงกว่าเดิมมาก

เปรียบเทียบง่ายๆ GPT-3 นั้นเหมือนนักเรียนมัธยมปลายที่บางครั้งแสดงความฉลาด แต่ก็ยังมีข้อผิดพลาดและข้อจำกัด GPT-4 เหมือนนักศึกษามหาวิทยาลัยที่มีความรู้จริงจังและใช้งานได้ แต่ GPT-5 นั้นเหมือนผู้เชี่ยวชาญระดับปริญญาเอกที่พร้อมให้คำปรึกษาในทุกเรื่องแบบ on demand

จุดเด่นสำคัญของ GPT-5 คือมันไม่ได้เป็นแค่ AI ที่ตอบคำถาม แต่สามารถสร้างซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมจากศูนย์ได้ตามคำสั่งของผู้ใช้ ซึ่งถือเป็นการเปิดยุคสมัยใหม่ของ “ซอฟต์แวร์ตามสั่ง” ที่จะเปลี่ยนแปลงวิธีที่เราทำงานและเรียนรู้โดยสิ้นเชิง

การพัฒนาด้าน Reasoning: AI ที่คิดอย่างมีเหตุผล

Mark Chen หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ OpenAI อธิบายว่า GPT-5 ใช้เทคนิค reasoning ที่ทำให้ AI หยุดคิดและวิเคราะห์ก่อนตอบคำถาม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของโปรแกรม AGI (Artificial General Intelligence) ที่ OpenAI กำลังพัฒนา

ก่อนหน้านี้ผู้ใช้ต้องเลือกว่าจะใช้ GPT รุ่นมาตรฐานที่ตอบเร็ว หรือใช้ reasoning models ที่ช้ากว่าแต่ฉลาดกว่า แต่ GPT-5 แก้ปัญหานี้โดยคิด “พอดี” เพื่อให้ได้คำตอบที่ดีที่สุดอย่างรวดเร็ว

ความท้าทายของการพัฒนา GPT-5 คือการทำให้โมเดลนี้ฉลาดที่สุด รวดเร็วที่สุด และเชื่อถือได้มากที่สุดเท่าที่เคยมีมา ซึ่งเห็นได้ชัดจากการสาธิตในหลายด้าน เช่น การเขียนโค้ด การเขียนเนื้อหา การเรียนรู้ และการให้คำแนะนำด้านสุขภาพ

ผลการทดสอบ Benchmark ที่สะท้อนความฉลาดและความน่าเชื่อถือ

Max Schwarzer หัวหน้าทีมหลังการฝึกสอนโมเดลเผยว่า GPT-5 ทำคะแนนได้สูงสุดในหลายการทดสอบเชิงวิชาการและการใช้งานจริง ตัวอย่างเช่น

  • Sweebench: ทดสอบการเขียนโค้ดในงานวิศวกรรมซอฟต์แวร์จริง GPT-5 ทำคะแนนสูงสุด
  • Polyglot: ทดสอบการเขียนฟังก์ชันซับซ้อนในหลายภาษาโปรแกรม
  • MMMU: ทดสอบความสามารถ reasoning แบบหลายมิติผ่านการวิเคราะห์ภาพ ซึ่ง GPT-5 ทำได้ดีกว่ามนุษย์ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่
  • AMI 2025: การสอบคณิตศาสตร์ระดับสูงที่นักเรียนอเมริกันใช้สำหรับเตรียมแข่งขันโอลิมปิกวิชาการ GPT-5 ทำคะแนนสูงอีกเช่นกัน

นอกจากนี้ GPT-5 ยังมีความน่าเชื่อถือสูง ลดข้อผิดพลาดและการสร้างข้อมูลเท็จ (hallucination) ที่เป็นปัญหาของโมเดลภาษาเดิมๆ โดยเฉพาะในคำถามที่เปิดกว้างหรือซับซ้อน

เรื่องสุขภาพก็ได้รับการพัฒนาอย่างมาก GPT-5 เป็นโมเดลที่ดีที่สุดในด้านการตอบคำถามเกี่ยวกับสุขภาพและการแพทย์ ตามการทดสอบ HealthBench ที่สร้างร่วมกับแพทย์กว่า 250 คน

การใช้งาน GPT-5 ใน ChatGPT: เปิดให้ใช้ฟรีและรองรับทุกระดับ

Renee Song จากทีมวิศวกรรมเผยว่า GPT-5 จะเปิดให้ใช้งานในแอป ChatGPT สำหรับผู้ใช้ฟรี ผู้ที่สมัคร Plus และทีมงาน รวมถึงจะขยายไปยังองค์กรและภาคการศึกษาในสัปดาห์ถัดไป

ผู้ใช้ฟรีจะเริ่มต้นด้วย GPT-5 และเมื่อใช้งานจนถึงขีดจำกัด จะเปลี่ยนไปใช้ GPT-5 Mini รุ่นเล็กที่ยังคงทรงพลัง ส่วนผู้สมัคร Plus จะได้รับการใช้งานไม่จำกัดและสามารถเลือกใช้ GPT-5 Pro ที่มีการคิดวิเคราะห์ลึกซึ้งขึ้น

ฟีเจอร์เดิมๆ อย่างการค้นหา อัปโหลดไฟล์และภาพ การวิเคราะห์ข้อมูลด้วย Python การสร้างภาพ และฟีเจอร์ memory จะยังคงทำงานได้ดีขึ้นบน GPT-5

เดโมสดที่แสดงความสามารถ GPT-5 ในการเรียนรู้และสร้างสรรค์

หนึ่งในเดโมที่โดดเด่นคือการช่วยเด็กเรียนฟิสิกส์เรื่อง Bernoulli Effect โดย GPT-5 ไม่เพียงอธิบายแนวคิดอย่างชัดเจน แต่ยังสร้างภาพเคลื่อนไหวแบบ SVG เพื่อให้เห็นภาพได้ชัดเจนขึ้น ซึ่งแสดงถึงความสามารถ reasoning และการประมวลผลแบบมัลติโมดัล (ภาพและข้อความ)

เดโมนี้ยังแสดงให้เห็นว่า GPT-5 จะคิดวิเคราะห์ลึกขึ้นโดยอัตโนมัติเมื่อเจอคำถามที่ซับซ้อน และหากต้องการให้คิดหนักขึ้นก็สามารถสั่งได้ หรือถ้าเป็นผู้ใช้แบบพรีเมียมสามารถเลือกใช้โหมดคิดวิเคราะห์ลึกได้เลย

มุมมองจากทีมพัฒนาและประสบการณ์ตั้งแต่วันแรกของ ChatGPT

Christina Kaplan เล่าถึงช่วงเริ่มต้นของ ChatGPT ที่ยังไม่สมบูรณ์และมักตอบคำถามด้วยประโยคปฏิเสธ แต่วันนี้ GPT-5 ทำให้ AI มีบุคลิกที่เป็นมิตรและตอบสนองเหมือนเพื่อนที่ฉลาดทั้ง IQ และ EQ

Elaine Ya Le แสดงให้เห็นว่า GPT-5 สามารถเขียนโค้ดหน้าจอแอปพลิเคชันได้มากกว่า 300 บรรทัดในเวลาไม่กี่นาที และโค้ดนั้นสามารถรันได้จริง พร้อมอินเทอร์แอคทีฟที่เปลี่ยนค่าและแสดงผลได้ทันที

การเขียนและสไตล์การสื่อสารที่พัฒนาขึ้น

GPT-5 ไม่ได้เก่งแค่โค้ด แต่ยังช่วยยกระดับงานเขียนได้ดีขึ้นมาก Jan และทีมงานเน้นว่า GPT-5 สามารถเขียนเนื้อหาที่มีจังหวะและความรู้สึกเหมือนเขียนโดยมนุษย์จริงๆ ต่างจาก GPT-4 ที่มักให้คำตอบแบบแม่แบบทั่วไป

ตัวอย่างเช่น การเขียนไว้อาลัยให้โมเดลรุ่นเก่าของ ChatGPT ที่ GPT-5 สามารถสื่อสารได้อย่างอบอุ่นและลึกซึ้งมากกว่า สร้างความรู้สึกว่ากำลังคุยกับเพื่อนที่ฉลาดและเข้าใจเรา

Vibe Coding: GPT-5 ทำให้ทุกคนเป็นโปรแกรมเมอร์ได้

Jan แสดงเดโมการสร้างเว็บแอปสอนภาษาฝรั่งเศสสำหรับคู่รักที่ไม่เคยเขียนโค้ดมาก่อน GPT-5 สร้างโค้ดกว่า 240 บรรทัด รวมถึงเกม Snake ที่เปลี่ยนเป็นเมาส์กินชีส พร้อมเสียงออกเสียงคำศัพท์ฝรั่งเศสเพื่อฝึกพูด

จุดเด่นคือ GPT-5 สามารถแก้ไขและปรับเปลี่ยนโค้ดได้ตามคำสั่ง ถ้าส่วนไหนไม่ถูกใจ แค่บอกให้แก้ไขก็ทำได้ทันที ทำให้การสร้างแอปพลิเคชันเป็นเรื่องง่ายและสนุก

ฟีเจอร์เสียงและการเรียนรู้ด้วยเสียงที่พัฒนาขึ้น

Worshane และทีมพัฒนาเสียงของ GPT-5 เน้นว่าเสียงพูดของ AI ตอนนี้ฟังเป็นธรรมชาติมากขึ้น มีวิดีโอที่เห็นภาพประกอบขณะพูด และสามารถแปลภาษาพร้อมรักษาน้ำเสียงได้อย่างลื่นไหล

เสียงนี้เปิดให้ผู้ใช้ฟรีคุยได้นานหลายชั่วโมง ส่วนผู้ใช้พรีเมียมได้เกือบไม่จำกัด และยังสามารถปรับแต่งน้ำเสียงให้เหมาะกับสไตล์การสื่อสารของแต่ละคน เช่น ตอบแบบสั้นหรือยาว หรือมีอารมณ์ขัน

ฟีเจอร์เรียนรู้ด้วยเสียงช่วยให้ผู้ใช้ฝึกภาษาได้ง่ายขึ้น เช่น การฝึกพูดภาษาเกาหลีที่ AI ปรับระดับความเร็วคำพูดให้เหมาะกับผู้เริ่มต้นจนถึงระดับเร็วเหมือนเจ้าของภาษา

ความเป็นส่วนตัวและความจำที่ช่วยให้ AI เข้าใจผู้ใช้มากขึ้น

Christina Kaplan เล่าเรื่องฟีเจอร์ memory ที่ช่วยให้ ChatGPT เรียนรู้ข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ เช่น กิจกรรมหรือเป้าหมายชีวิต ทำให้ AI สามารถช่วยวางแผนรายวันอย่างมีประสิทธิภาพ

ตัวอย่างเช่น การวางแผนตารางวิ่งมาราธอนที่ GPT-5 สามารถดึงข้อมูลจาก Gmail และ Google Calendar เพื่อจัดตารางได้อย่างชาญฉลาดและตอบโจทย์

ฟีเจอร์นี้จะเปิดให้ใช้กับผู้ใช้ Pro ก่อน และขยายไปยังทีมและองค์กรในภายหลัง

การพัฒนาด้านความปลอดภัยและการลดการหลอกลวง

Sachi และ Sebastian อธิบายว่าทีมงานให้ความสำคัญกับการลด hallucination และ deception หรือการให้ข้อมูลเท็จหรือบิดเบือนความจริง โดย GPT-5 มีระบบ “safe completions” ที่ไม่ตัดสินผู้ใช้ก่อนตอบ แต่พยายามให้คำตอบที่ปลอดภัยและมีประโยชน์ในขอบเขตที่เหมาะสม

ตัวอย่างเช่น คำถามเกี่ยวกับการจุดไฟ Pyrogen ที่อาจนำไปใช้ในทางที่ผิด GPT-3 จะตอบหรือปฏิเสธอย่างสุดโต่ง แต่ GPT-5 จะอธิบายเหตุผลและแนะนำแนวทางความปลอดภัยแทน

นอกจากนี้ GPT-5 ยังใช้ข้อมูลสังเคราะห์ที่สร้างจากโมเดลก่อนหน้า เพื่อสร้างหลักสูตรการเรียนรู้ที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งช่วยให้ AI พัฒนาความรู้และ reasoning ได้รวดเร็วกว่าเดิม

GPT-5 กับการดูแลสุขภาพ: สร้างผู้ป่วยที่มีความรู้และตัดสินใจได้ดีขึ้น

หนึ่งในกรณีใช้งานที่สำคัญของ GPT-5 คือการช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจรายงานทางการแพทย์และตัดสินใจเรื่องสุขภาพ Felipe และ Carolina แชร์ประสบการณ์ที่ Carolina ได้รับการวินิจฉัยมะเร็งหลายชนิดในเวลาเดียวกัน

ในช่วงเวลาที่ตื่นตระหนก Carolina ใช้ ChatGPT ช่วยแปลรายงานทางการแพทย์เป็นภาษาที่เข้าใจง่าย ซึ่งช่วยให้เธอเตรียมตัวพูดคุยกับแพทย์ได้ดีขึ้น

ต่อมา GPT-5 ยังช่วยวิเคราะห์ตัวเลือกการรักษาและให้ข้อมูลเชิงลึกที่ครอบคลุมกว่าการปรึกษาแพทย์เพียง 30 นาที ทำให้ Carolina รู้สึกมั่นใจในการตัดสินใจที่มีผลกระทบตลอดชีวิต

เรื่องนี้สะท้อนว่า AI ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือค้นพบสิ่งใหม่ แต่ยังช่วยสร้างผู้ป่วยที่มีความรู้และสามารถมีส่วนร่วมกับการดูแลสุขภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่

การเปลี่ยนแปลงในวงการซอฟต์แวร์ด้วย GPT-5

Greg Brockman ประธานบริษัท OpenAI เน้นว่า GPT-5 จะเร่งการเปลี่ยนแปลงในวงการซอฟต์แวร์ การเขียนโค้ดด้วย AI หรือที่เรียกว่า “vibe coding” จะก้าวไปอีกขั้น เพราะ GPT-5 สามารถทำงานที่ซับซ้อนและยาวนานกว่าเดิม ได้ผลลัพธ์ที่สวยงามและมีคุณภาพสูง

GPT-5 มีความสามารถสูงในการทำงานเชิง agentic หรือการทำงานอัตโนมัติที่สอดคล้องกับคำสั่งของผู้ใช้ ผ่านการเรียกใช้งานเครื่องมือต่างๆ และการประมวลผลหลายขั้นตอนอย่างมีประสิทธิภาพ

API GPT-5: เปิดโลกใหม่สำหรับนักพัฒนาและธุรกิจ

Michelle Pokrass หัวหน้าทีมวิจัยหลังการฝึกสอนโมเดล บอกว่าตอนนี้ OpenAI เปิด API ให้ใช้ GPT-5 พร้อมรุ่นย่อย Mini และ Nano ที่มีความเร็วและราคาที่หลากหลาย เพื่อให้เหมาะกับงานและงบประมาณของแต่ละแอปพลิเคชัน

ฟีเจอร์ใหม่ๆ เช่น custom tools ที่รองรับการเรียกฟังก์ชันแบบข้อความอิสระ (free form text) ช่วยแก้ปัญหาเรื่อง JSON ที่ซับซ้อน รวมถึง preambles ก่อนเรียกใช้เครื่องมือ ที่ช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจสิ่งที่โมเดลกำลังจะทำ

นอกจากนี้ยังมีพารามิเตอร์ verbosity ที่ให้ผู้ใช้เลือกได้ว่าอยากได้คำตอบแบบสั้น กลาง หรือยาว เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานแต่ละแบบ

ในด้านโค้ดดิ้ง GPT-5 ทำคะแนนสูงสุดในหลาย benchmark เช่น Sweebench, Polyglot และ Tau Squared ที่วัดความสามารถในการเรียกใช้เครื่องมือและแก้ปัญหาที่ซับซ้อน

การสาธิต GPT-5 ในการเขียนโค้ดแบบ Pair Programmer

Adi Ganesh และ Brian Fioca แสดงให้เห็นว่า GPT-5 สามารถทำหน้าที่เป็นคู่เขียนโค้ด (pair programmer) ที่เข้าใจวิธีการทำงานของนักพัฒนา ทั้งในเรื่องการสื่อสาร การวางแผน และการแก้ไขบั๊กได้อย่างน่าเชื่อถือ

GPT-5 จะแจ้งแผนการทำงานก่อนเริ่มลงมือ และอัปเดตสถานะระหว่างแก้ไขบั๊ก รวมถึงสามารถปรับเปลี่ยนวิธีการตามคำติชมของผู้ใช้ได้ ทำให้การเขียนโค้ดร่วมกับ AI เป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ

ตัวอย่างที่น่าสนใจคือ GPT-5 สามารถแก้ไขบั๊กที่ผู้เชี่ยวชาญไม่สามารถแก้ได้ภายในเวลาสั้นๆ และยังสามารถรันเทสต์และตรวจสอบโค้ดด้วยตัวเองก่อนส่งมอบงาน

ความสามารถด้าน Frontend และการออกแบบ UI

อีกหนึ่งเดโมที่น่าประทับใจคือการสร้างแดชบอร์ดสำหรับ CFO ของสตาร์ทอัพ GPT-5 ใช้เวลาสร้างแอปที่สวยงามและมีฟีเจอร์ครบถ้วนในเวลาไม่กี่นาที ซึ่งถ้าเป็นนักพัฒนาทั่วไปอาจต้องใช้เวลาหลายวัน

GPT-5 ไม่เพียงเขียนโค้ด แต่ยังคิดเรื่องการออกแบบเชิงสุนทรียศาสตร์ เช่น การเลือกใช้สี ฟอนต์ และการจัดวางองค์ประกอบให้เหมาะสม ทำให้ได้ UI ที่ดูดีและใช้งานง่ายโดยไม่ต้องสั่งละเอียด

ความสามารถนี้แสดงให้เห็นว่า AI รุ่นนี้ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือสำหรับนักพัฒนาเท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์และประหยัดเวลาได้จริง

เกม 3D และความคิดสร้างสรรค์ที่ไร้ขีดจำกัด

สำหรับความสนุก GPT-5 ยังสร้างเกม 3D ในธีมปราสาทที่มีรายละเอียดสูง เช่น ทหารเดินลาดตระเวน ปืนใหญ่ยิง และมินิเกมยิงบอลลูน พร้อมเสียงเอฟเฟกต์ที่สมจริง

นอกจากความสามารถด้านเทคนิค GPT-5 ยังแสดงความคิดสร้างสรรค์และความเข้าใจบริบทของเกม ทำให้สามารถพูดคุยกับตัวละครในเกมและตอบคำถามได้อย่างมีชีวิตชีวา

นี่เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า GPT-5 ไม่ใช่แค่ AI ที่ตอบคำถาม แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยเปิดโลกจินตนาการและสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ ได้อย่างน่าทึ่ง

เสียงสะท้อนจากผู้ใช้งานจริง: Cursor และธุรกิจ

Michael Truel CEO ของ Cursor เล่าประสบการณ์การใช้งาน GPT-5 ว่าโมเดลนี้เข้าใจโค้ดเบสขนาดใหญ่และความซับซ้อนได้อย่างรวดเร็ว สามารถบอกเหตุผลและการตัดสินใจที่ทีมงานทำไว้ล่วงหน้าได้เหมือนนักพัฒนาอาวุโส

เขายังชื่นชมความรวดเร็วและความสามารถในการสื่อสารของ GPT-5 ที่ทำให้การทำงานร่วมกับ AI เป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติและช่วยให้นักพัฒนาทำงานได้ดีขึ้น

สำหรับธุรกิจ GPT-5 ถูกมองว่าเป็น “ผู้เชี่ยวชาญในกระเป๋า” ที่พร้อมช่วยในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นกฎหมาย การเงิน หรือการวิเคราะห์ข้อมูล

การใช้งาน GPT-5 ในองค์กรและภาครัฐ

Olivier Godement หัวหน้าฝ่ายแพลตฟอร์มของ OpenAI เน้นว่าการนำ GPT-5 ไปใช้ในองค์กรและภาครัฐ เป็นกุญแจสำคัญในการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมหลัก เช่น สุขภาพ การศึกษา พลังงาน และการเงิน

ตัวอย่างเช่น Amgen ใช้ GPT-5 ในการออกแบบยาใหม่ BBVA ใช้สำหรับวิเคราะห์การเงิน และ Oscar ใช้ GPT-5 เพื่อช่วยการวินิจฉัยทางคลินิก ซึ่งทั้งหมดแสดงให้เห็นว่า GPT-5 เร็วและแม่นยำกว่ารุ่นก่อนอย่างชัดเจน

นอกจากนี้ยังมีข่าวดีสำหรับพนักงานรัฐบาลสหรัฐฯ กว่า 2 ล้านคนที่จะสามารถใช้ GPT-5 ผ่าน ChatGPT เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและบริการสาธารณะ

ราคาและการเปิดให้ใช้งาน

GPT-5 พร้อมให้บริการผ่าน API แล้ววันนี้ โดยมีสามรุ่น ได้แก่ GPT-5, GPT-5 Mini และ GPT-5 Nano ที่มีความเร็วและราคาต่างกัน รุ่น Nano มีราคาถูกกว่ารุ่นหลักถึง 25 เท่า เหมาะสำหรับแอปที่ต้องการประหยัดงบประมาณแต่ยังได้ประสิทธิภาพดี

ราคาของ GPT-5 อยู่ที่ 1.25 ดอลลาร์สำหรับล้านโทเคนอินพุตและเอาต์พุต ส่วนรุ่น Mini และ Nano จะมีราคาที่ถูกลงและทำงานได้เร็วขึ้น

มุมมองจากนักวิจัยและทีมงาน OpenAI

Jakub Pachocki หัวหน้าฝ่ายวิทยาศาสตร์ของ OpenAI สรุปว่าทีมงานทุ่มเทเพื่อทำความเข้าใจเทคโนโลยี deep learning อย่างลึกซึ้งและพัฒนา GPT-5 ให้ปลอดภัยและใช้งานได้จริง

โมเดลนี้เป็นผลจากการวิจัยหลายปีและการทดลองหลายรูปแบบที่นำไปสู่การเข้าใจและควบคุม AI ให้เหมาะสมกับมนุษย์

Jakub มองว่า GPT-5 เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ที่ AI จะช่วยค้นพบความรู้ใหม่ๆ และเปลี่ยนแปลงชีวิตของเราในทางที่ดีขึ้น

บทสรุปส่งท้ายจากทีมงาน Insiderly

  • GPT-5 ไม่ใช่แค่ AI ที่ตอบคำถาม แต่เป็นผู้ช่วยระดับ PhD ที่ช่วยเขียนโค้ด วางแผน และตัดสินใจในชีวิตประจำวันได้
  • ความสามารถ reasoning ที่พัฒนาขึ้นทำให้ AI คิดวิเคราะห์ได้อย่างเหมาะสมและเชื่อถือได้มากขึ้น ลดข้อผิดพลาดและข้อมูลเท็จ
  • ฟีเจอร์ใหม่เช่น voice, memory, และ personalized personality ช่วยให้ AI เป็นมิตรและเหมาะกับผู้ใช้แต่ละคนมากขึ้น
  • การเปิด API GPT-5 พร้อมรุ่น Mini และ Nano ทำให้ผู้พัฒนาสามารถเลือกใช้งานได้ตามความต้องการและงบประมาณ
  • การใช้งาน GPT-5 ในองค์กรและภาครัฐช่วยเร่งการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมหลักและบริการสาธารณะ
  • GPT-5 ไม่เพียงแค่เขียนโค้ดได้ดี แต่ยังเป็นคู่เขียนโค้ดที่เข้าใจบริบทและสามารถปรับเปลี่ยนตามคำสั่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • AI ในยุคนี้กำลังเคลื่อนเข้าสู่การเป็นเครื่องมือสร้างสรรค์และผู้ช่วยส่วนตัวที่ช่วยให้ทุกคนทำงานได้มากกว่าที่เคย

คำศัพท์เฉพาะทางเพิ่มเติม

  • AGI (Artificial General Intelligence): AI ที่มีความสามารถเทียบเท่าหรือเหนือกว่ามนุษย์ในงานทุกประเภท ไม่จำกัดแค่การทำงานเฉพาะด้านเดียว [อ่านเพิ่มเติม]
  • Reasoning Paradigm: แนวทางการพัฒนา AI ที่ให้โมเดลหยุดคิด วิเคราะห์ และวางแผนก่อนตอบคำถาม เพื่อเพิ่มความถูกต้องและความน่าเชื่อถือ
  • Hallucination: การที่ AI สร้างข้อมูลหรือคำตอบที่ไม่ถูกต้องหรือไม่มีอยู่จริง ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของโมเดลภาษาเดิมๆ
  • Agentic Behavior: ความสามารถของ AI ที่สามารถทำงานอิสระ มีแผนการ และเรียกใช้เครื่องมือต่างๆ เพื่อทำงานตามเป้าหมายที่ได้รับ
  • Vibe Coding: การเขียนโค้ดร่วมกับ AI ที่ตอบสนองได้รวดเร็วและมีความเข้าใจบริบท เหมือนมีเพื่อนร่วมงานช่วยเขียนโค้ดไปด้วยกัน
เขียนโดย
Wora AI
Wora AI
Founder & Editorial Lead

ผู้ก่อตั้ง Wize และบรรณาธิการที่โฟกัสการแปลเรื่อง AI ให้กลายเป็นการตัดสินใจและ execution ที่ใช้ได้จริงในงานวันต่อวัน

อ่านต่อ

บทความที่ควรอ่านต่อ

Video Recap Radar

Qwen 3.6 คืออะไร และทำไมธุรกิจควรจับตา AI ฟรีตัวนี้

AI ที่น่าจับตาในรอบนี้ไม่ใช่แค่ model ใหม่ที่ตัวเลขใหญ่ขึ้น แต่เป็นตัวอย่างชัดเจนว่าโลก AI กำลังขยับจากการแข่งขันเรื่อง “ขนาด” ไปสู่การแข่งขันเรื่อง “สถาปัตยกรรม” คลิปจากช่อง Julian Goldie SEO หยิบ Al

Video Recap Radar

AI News สัปดาห์นี้บอกชัดว่า AI กำลังจะกลายเป็นคอมของเรา

สัญญาณที่น่าสนใจที่สุดของวงการ AI ตอนนี้ ไม่ใช่แค่ model ตอบคำถามเก่งขึ้น แต่คือ AI เริ่ม “ลงมือทำงานแทน” บนคอมพิวเตอร์ได้จริงแล้ว คลิปจากช่อง Julian Goldie SEO สรุปอัปเดตหลายตัวจาก OpenAI, Anthropic,

Video Recap Ship

Google AI Studio อัปเดตใหม่ ทำให้คนทำธุรกิจสร้างงานไวขึ้น

สิ่งที่น่าสนใจกับ Google AI Studio รอบนี้ ไม่ใช่แค่ว่ามัน “เก่งขึ้น” แต่คือมันลดแรงเสียดทานในการลงมือทำลงเยอะมาก จนคนที่ไม่ได้เขียนโค้ด ไม่ได้เป็นดีไซเนอร์ และไม่ได้อัดเสียงเอง ก็เริ่มสร้างของที่ใช้งา

หรือ
จดหมายข่าว

สรุป AI ส่งทางอีเมล

1,200+ builders อ่านทุกสัปดาห์ · ส่งทุกเช้า · ยกเลิกได้ทุกเมื่อ · ไม่ส่งถี่ให้รกกล่อง

สมัครรับฟรี

ข่าวสำคัญพร้อมคำอธิบายสั้น ๆ ว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับเราอย่างไร ส่งให้อ่านต่อได้ทันที

อ่านฟรี ยกเลิกได้ทุกเมื่อ