• Insiderly AI
  • Posts
  • สรุปเนื้อหา หัวข้อ Unleashing the Power of Data and {Gen} AI in Bangkok จากงานสัมมนา SCBX UNLOCKING AI (EP3)

สรุปเนื้อหา หัวข้อ Unleashing the Power of Data and {Gen} AI in Bangkok จากงานสัมมนา SCBX UNLOCKING AI (EP3)

สรุปเนื้อหา หัวข้อ Unleashing the Power of Data and {Gen} AI in Bangkok จากงานสัมมนา SCBX UNLOCKING AI (EP3)

Keynote : Unleashing the Power of Data and {Gen} AI in Bangkok

Event : SCBX Unlocking AI EP3, How AI Shapes the Future of Financial Service Industry

Venue : SCBX NextTech, สยามพารากอน ชั้น 4

Speaker : Ramine Tinati - ASEAN Chief Data Scientist, Accenture

ยิ่งเทคโนโลยีพัฒนาไปไกลเท่าไหร่ เรายิ่งปฏิเสธอิทธิพลและความมหัศจรรย์ของมันไม่ได้ ปัจจุบันโลกแข่งขันกันหนักใน 2 ประเด็นด้วยกันนั่นคือ ใครมีข้อมูล (Data) มากกว่าและใช้ AI ได้เกิดประโยชน์สูงสุดมากกว่า ก็ยิ่งมีแต้มต่อกว่าผู้อื่นมากเท่านั้น

ในงานเสวนา SCBX UNLOCKING AI: EP3 หัวข้อ How AI Shapes the Future of Financial Service Industry ได้รับเกียรติจากคุณรามีน ทินาติ ASEAN Chief Data Scientist จาก Accenture มาบรรยายในหัวข้อ Unleashing the Power of Data and {Gen} AI in Bangkok

คุณรามีน อธิบายว่า Generative AI ช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงานหลายประการ ทำให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำงานได้เพิ่มมากขึ้น และลดทอนเวลาการทำงานลงได้ถึง 40% เลยทีเดียว

นั่นทำให้ผู้บริหารองค์กรระดับโลก 98% ล้วนมองล่วงหน้าไปแล้วว่า ถ้าต้องการให้ธุรกิจไปต่อได้อย่างไม่มีสะดุด 3-5 ปีข้างหน้าจะต้องใช้งาน AI ให้เกิดประโยชน์ที่สุด เพราะสัญญาณทุกอย่างบ่งชี้มาแล้วว่า เทคโนโลยีนี้จะเปลี่ยนชีวิตของคนเราไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง ลองคิดภาพว่าปัจจุบัน สมาร์ทโฟนช่วยเปลี่ยนชีวิตคนเรามากแค่ไหน AI จะยิ่งเปลี่ยนชีวิตมากกว่านั้นหลายเท่า

ทั้งนี้ เวลาพูดถึงประสิทธิภาพของ AI หลายคนอาจมีภาพจำเป็น “Skynet” หรือปัญญาประดิษฐ์จากภาพยนตร์ตระกูล “ฅนเหล็ก” The Terminator แล้วหวาดกลัวว่ามันจะทำให้ทุกคนตกงาน ไปจนถึงทำลายโลกจนพินาศ แต่จริงๆ แล้วคุณรามีนมองด้านบวกว่า AI ไม่ได้น่ากลัวแบบนั้น เพราะปัจจุบันไม่มีใครเอาเทคโนโลยีไปใช้งานด้านลบแบบในหนัง พร้อมย้ำว่าเทคโนโลยีจะใช้งานเกิดผลก็ต่อเมื่อเอาไปใช้งานในด้านดีเท่านั้น ซึ่งช่วยให้พอให้อุ่นใจได้ในระดับหนึ่งว่า โลกจะไม่เกิดเหตุการณ์สยองขวัญแบบนั้นขึ้นแน่นอน

ในยุคที่ทุกธุรกิจที่นำหุ่นยนต์ นำ AI มาใช้งานอย่างแพร่หลาย แต่ธุรกิจที่คุณรามีนมองว่าใช้งานแล้วเห็นผลด้านตัวเงินมากที่สุดคือธุรกิจด้านการเงินการธนาคาร (Banking) เมื่อก่อน คอมพิวเตอร์มีขนาดใหญ่ แต่ยังไม่สามารถทำอะไรได้มาก ก่อนที่ในระยะหลัง จะเกิดเทคโนโลยีที่ย่อส่วนลงมาก แล้วใช้งานอย่างแพร่หลาย เช่น บัตรเครดิต การใช้งานเปลี่ยนแปลงไปจากในอดีต

เรายังเริ่มเก็บข้อมูลมากขึ้นจากช่องทางต่างๆ เช่น การใช้โซเชี่ยลมีเดีย นำมาสู่การใช้ข้อมูลนั้นเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้คนจริงๆ ยิ่งมีข้อมูลมาก Gen AI ทั้งหลายในปัจจุบันก็ยิ่งมีประโยชน์มากขึ้นเท่านั้น

ปฏิเสธไม่ได้ว่าปี 2023 คือจุดเปลี่ยนของการใช้ AI ในระดับโลก เราไม่เพียงใช้มันทำรูปภาพ ทำข้อความ แต่ยังใช้มันคาดการณ์สิ่งต่าง ๆ เช่น ตลาดหุ้น หรือสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดความงดงาม และเกิดการแก้ปัญหาให้กับมนุษย์ คุณรามีนชวนให้ลองคิดภาพต่อว่าในอีกหลายปีจากนี้ มันจะทำได้อีกมากแค่ไหน?

แล้วทำไมทุกคนถึงต้องรู้เรื่องนี้ด้วย? เพราะการรู้ประวัติศาสตร์จะช่วยสร้างสรรค์อนาคตที่มั่นคงได้ ในอดีตเวลาจะสร้างโมเดลอะไรสักอย่างขึ้นมา โมเดลนั้นจะมีวัตถุประสงค์ด้านใดด้านหนึ่งอย่างเดียว มันกลายเป็นรากฐานให้ปัจจุบันวิวัฒนาการ เราสามารถสร้างโมเดลหนึ่งอย่างแล้วสามารถตอบโจทย์การทำงาน หรือตอบโจทย์วัตถุประสงค์ต่าง ๆ ได้ครอบคลุมกว่าเดิม

หมายความว่า เมื่อเรามีข้อมูลมากขึ้น เราจะยิ่งสร้างโมเดลที่สำคัญ ๆ ขึ้นให้กับองค์กรได้ นี่คือจุดที่จะเป็นแต้มต่อให้กับองค์กรจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์กรใหญ่ ที่มีข้อมูลเยอะ ซึ่งจะสามารถทำอะไรได้มากกว่ากว่าองค์กรขนาดเล็ก

“เราไม่ได้ต้องการสร้าง Skynet แต่เราต้องการสร้างสิ่งที่ดี มีเอกลักษณ์น่าสนใจ ซึ่งจะเกิดขึ้นไมไ่ด้หากมีข้อมูลไม่มากพอ” คุณรามีนย้ำ

สำหรับ Accenture เองศึกษาเรื่อง AI มานานพอสมควร จนพบ 4 หลักการใช้งานพื้นฐานในการใช้งาน AI อย่างชาญฉลาด ซึ่งแต่ละองค์กรจะต้องเอาไปปรับใช้ให้เข้ากับวิถีการทำงานของตัวเองอีกทีคือ

  1. Prompting Only เลือกใช้คำสั่งที่เหมาะสม ถูกต้องกับวัตถุประสงค์

  2. Fine-Tuning ปรับใช้ตามความต้องการแต่ละรูปแบบ

  3. Pre-Training หมั่นฝึกฝน เรียนรู้

  4. Ground-up Build วางรากฐาน พื้นฐานที่ดี ช่วยให้องค์กรใช้งาน AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปัจจุบัน Accenture นำ Gen AI ไปใช้กับงาน Banking Function ที่มีความซับซ้อนขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในงานด้านต่างๆ เช่น ด้านการขาย การตลาด การดูแลลูกค้า การควบคุมความเสี่ยง ไปจนถึงเรื่องของ HR และงานด้านกฎหมาย เป็นต้น

สาเหตุที่เอา Gen AI มาใช้งานในงานธนาคาร ก็เพื่อนำข้อมูลของลูกค้ามาวิเคราะห์ต่อว่า แต่ละคนมีความชื่นชอบสนใจอะไรบ้าง เพื่อที่จะได้ส่งมอบข้อมูลข่าวสาร โปรโมชั่นการตลาดที่มีความเฉพาะเจาะจงกับลูกค้าแต่ละคน ตอบโจทย์ความต้องการของพวกเขาจริงๆ ไมไ่ด้รับข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้อง ไม่สนใจ และที่สำคัญจะสามารถวัดผลได้ตรงๆ เลยว่า โปรโมชั่นการตลาดที่ทำไป มีประสิทธิภาพมากน้อยแค่ไหน

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่ใช่ว่าการใช้ AI จะไม่มีความเสี่ยงเลย แม้จะมีหน่วยงานสอดส่องดูแลให้เกิดความปลอดภัยด้านการเงินขั้นสูง เช่น Monetary Authority of Singapore ของประเทศสิงคโปร์ แต่การใช้ข้อมูลก็มีความเสี่ยงว่า ข้อมูลที่ได้มาอาจเป็นข้อมูลปลอม ข้อมูลเท็จ ไปจนถึงข้อมูลที่ไม่สร้างสรรค์ บางครั้งอาจเป็นข้อมูลที่ผิดลิขสิทธ์ เช่น งานศิลปะ งานสร้างสรรค์ของศิลปินรายต่างๆ นอกจากนั้น แต่ละองค์กรต้องระวังการมีข้อมูลหลุดรั่วออกไปยังภายนอก แล้วนำไปใช้ในทางที่ผิดด้วย

97% ของแวดวงธุรกิจเชื่อว่าการใช้ AI จะนำมาซึ่งประโยชน์มหาศาล แต่มีแค่ 6% เท่านั้นที่จะใช้มันอย่างระมัดระวังจริงๆ

ซึ่งคุณรามีนก็หวังว่าในอนาคตภายหน้า ตัวเลขดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า เพราะความรู้เท่าทัน การใช้งานให้เกิดประโยชน์จะช่วยยกระดับต่อยอดโลกนี้ให้สวยงามและยั่งยืนsy;

Join the conversation

or to participate.