ข้ามไปบทความ

Hermes v0.14: การติดตั้ง เบราว์เซอร์ และความจำในคลิปเดือนพฤษภาคม

อ่านอัปเดต Hermes v0.14 ผ่านการติดตั้ง X Search เบราว์เซอร์ และ memory stack พร้อมแยกขอบเขตโค้ดที่ส่งมอบออกจากคำอธิบายในคลิปและบันทึก release

โดย Insiderly
ภาพปกวิดีโอต้นทางของ Julian Goldie SEO แสดง Hermes Agent 0.14
เผยแพร่:

หมายเหตุการตรวจเอกสาร: ข้อความสรุป release บางส่วนอธิบาย proxy และ handoff กว้างกว่าโค้ดที่ส่งมอบในแท็ก v2026.5.16 บทความนี้จึงแยกขอบเขตตาม registry ของ provider และคำสั่ง CLI ที่ตรวจได้ ไม่ใช่การรับรองทุกบริการที่กล่าวถึงในข้อความประชาสัมพันธ์

บทความย้อนหลังจากคลิปของ Julian Goldie SEO วันที่ 2026-05-17 เนื้อหาอธิบายบริบทและรุ่นที่ปรากฏในคลิป ไม่ใช่คู่มือติดตั้งเวอร์ชันล่าสุด

ภาพประกอบและตัวอย่างมาจากต้นทาง ผลที่ผู้เล่ารายงานยังไม่ได้ทดสอบซ้ำโดยเรา งานต้นแบบต้องผ่านการตรวจเนื้อหา ความปลอดภัย และสิทธิ์ก่อนใช้งานจริง ซอฟต์แวร์เปิดซอร์สอาจไม่มีค่าลิขสิทธิ์ แต่โมเดล API อุปกรณ์ และบริการที่เชื่อมต่ออาจมีค่าใช้จ่าย

สรุปจากคลิป ดูคลิปต้นฉบับ

ปัญหาของ AI agent ไม่ใช่แค่ว่ามันฉลาดพอไหม แต่คือมัน “ใช้งานจริงทุกวันได้หรือยัง” ต่างหาก หลายเครื่องมือเดโมดูดี แต่พอเอาเข้าการทำงานจริงกลับติดเรื่องติดตั้งยาก ช้า เปลี่ยน model ลำบาก และไม่มี memory ที่พอจะเข้าใจงานของเราแบบต่อเนื่อง

คลิปจาก Julian Goldie SEO พูดถึง Hermes Agent v0.14 ในมุมที่น่าสนใจมาก เพราะนี่ไม่ใช่อัปเดตเล็กๆ แต่เป็นการลดแรงเสียดทานหลายจุดพร้อมกัน ทั้งติดตั้งง่ายขึ้น เร็วขึ้น รองรับ Grok 4.3, ค้นหา X/Twitter ได้ในตัว, ใช้งาน computer use กับ vision model ได้กว้างขึ้น และที่สำคัญคือมีแนวคิดเรื่อง Agent OS + memory stack ที่ทำให้ AI เริ่มเข้าใกล้คำว่า “ผู้ช่วยงาน” มากกว่า “แชตบอต”

ประเด็นที่น่าสนใจไม่ใช่แค่ฟีเจอร์ใหม่ แต่คือถ้าเอามาใช้กับเจ้าของธุรกิจไทย ทีมการตลาด ทีมขาย หรือคนทำงานที่อยากให้ AI ช่วยงานจริง มันจะถูกแปลงเป็น workflow แบบไหนได้บ้าง บทความนี้จะสรุปแบบเป็นขั้นตอน พร้อมวิเคราะห์ว่าจุดไหนน่าใช้ จุดไหนควรระวัง และอะไรคือแก่นที่สำคัญกว่าตัวฟีเจอร์เอง

สารบัญ

Step 1: ทำความเข้าใจก่อนว่า Hermes v0.14 สำคัญตรงไหน

Hermes คือ open source AI agent platform ที่เอา model, เครื่องมือ, messaging platform และ automation มารวมไว้ในระบบเดียว จุดขายของเวอร์ชัน 0.14 คือมันพยายามแก้ปัญหาหลัก 3 อย่างพร้อมกัน

สำหรับคนที่ไม่ได้เป็น developer นี่คือหัวใจของเรื่องเลย เพราะเครื่องมือ AI ส่วนใหญ่มักแพ้ตรง “ต้องเซ็ตเยอะเกินไป” ถ้าต้องมานั่งลง dependency, แก้ config, วิ่ง shell script หลายรอบ คนทำธุรกิจส่วนมากก็หยุดตั้งแต่ยังไม่เริ่ม

หน้าจออธิบายคุณสมบัติ Install With One Line ของ Hermes Agent v0.14

Julian ชี้ว่าเวอร์ชันนี้ทำให้ใครก็ตามที่พอใช้ terminal ได้ระดับ copy-paste สามารถเริ่มใช้ Hermes ได้แล้ว มุมนี้อาจฟังเหมือนเรื่องเล็ก แต่ในความจริงมันลดช่องว่างระหว่าง “ของที่สายเทคนิคใช้” กับ “ของที่ทีมธุรกิจใช้ได้” ลงมาก

Step 2: ติดตั้งและอัปเดต Hermes ให้พร้อมใช้งาน

วิธีอัปเดตที่ง่ายที่สุดคือใช้คำสั่งใน terminal:

hermes update

ส่วนการติดตั้งใหม่ในเวอร์ชันนี้ ใช้แนวคิด one-line install ซึ่งแก่นคือไม่ต้องผ่านขั้นตอนซับซ้อนแบบเดิม โดยในคลิปยกตัวอย่างเป็นคำสั่ง:

pip install hermes-agent

คำสั่งนี้เป็นวิธีติดตั้งที่เผยแพร่ในช่วง v0.14 แม้ wheel จะรวม dashboard มาแล้ว แต่ dependency บางส่วนติดตั้งเมื่อเริ่มใช้ และยังต้องตั้งค่าบัญชีผู้ให้บริการ ไม่ใช่การยืนยันว่าติดตั้งคำสั่งเดียวแล้วทุกเครื่องมือพร้อมใช้งาน

ถ้ามองแบบคนทำธุรกิจ ประโยชน์ของ one-line install มีมากกว่าเรื่องสะดวก เพราะมันทำให้เราทดลอง AI agent ได้เร็วขึ้นมาก เช่น ทีมการตลาดอาจลองตั้ง agent สำหรับช่วยสรุปข่าว, ดึงเทรนด์จาก X หรือช่วยร่างไอเดียวิดีโอได้ภายในวันเดียว ไม่ต้องรอฝ่ายเทคนิคจัด environment ให้ก่อนหลายวัน

ข้อสังเกตคือ ถึงจะเรียกว่า “ง่าย” แต่ก็ยังต้องมี comfort level กับ terminal อยู่บ้าง ดังนั้นสำหรับทีมที่ไม่มีคนแตะเครื่องมือพวกนี้เลย อาจยังต้องมีคนหนึ่งคนทำหน้าที่เป็น owner ของระบบ

Step 3: เลือก model ให้เหมาะกับงาน โดยไม่ผูกตัวเองกับตัวเดียว

ในรุ่น v0.14 มีการรองรับ Grok 4.3 ผ่าน OAuth และระบุ context window ระดับ 1 ล้าน token การเข้าถึงจริงขึ้นกับบัญชี แผน และโควตาของผู้ให้บริการ ตัวเลขบริบทยาวไม่ใช่การรับประกันว่าระบบจะใช้ข้อมูลทั้งหมดได้ถูกต้อง และ OAuth ไม่ได้หมายถึงการใช้งานฟรีหรือไม่จำกัด

หน้าจอ Hermes Agent v0.14 ที่แสดง Grok 4.3 รองรับ 1 ล้าน token context

แนวคิดที่ Julian ใช้ค่อนข้างชัด คืออย่าเลือก model ตัวเดียวแล้วหวังให้มันเหมาะกับทุกงาน แต่ให้คิดว่าเราเลือก “สมอง” ให้เหมาะกับงานแต่ละประเภท

มุมนี้เหมาะมากกับธุรกิจไทยที่ใช้ AI กระจัดกระจายอยู่แล้ว เช่น ใช้ ChatGPT ทำคอนเทนต์, ใช้ Claude อ่านเอกสาร, ใช้ Gemini ช่วยสรุปประชุม ปัญหาคือทุกอย่างแยกกันหมด ถ้าเอามารวมผ่าน agent layer แบบ Hermes เราจะเริ่มเห็น workflow ที่ลื่นกว่าเดิม

อย่างไรก็ตาม 1 ล้าน token ไม่ได้แปลว่าเราควรโยนทุกอย่างเข้าไปทีเดียวเสมอ เพราะข้อมูลยิ่งเยอะ ต้นทุนการคิดและคุณภาพคำตอบก็ยังขึ้นกับการจัดข้อมูลด้วย หากไม่มี memory หรือโครงสร้างเอกสารที่ดี model ก็ยังตอบแบบกว้างๆ ได้อยู่ดี

Step 4: ใช้ Hermes เป็น AI Media Studio สำหรับงานคอนเทนต์

ช่วงที่น่าสนใจมากในคลิปคือการเอา Hermes ไปซ้อนกับ Grok 4.3 แล้วทำเป็น AI media studio สำหรับสร้างภาพ วิดีโอ เสียง และค้นหาเทรนด์จาก X ในระบบเดียว

หน้าจอ Hermes Agent AI media studio แสดงการสร้างวิดีโอจาก prompt และตัวอย่างผลลัพธ์
ภาพเดโม Studio บน localhost ของผู้บรรยาย แสดงตัวอย่างวิดีโอ ไม่ใช่หลักฐานว่าหน้าจอนี้เป็นผลิตภัณฑ์ทางการหรือยืนยันคุณภาพวิดีโอจากภาพนิ่ง

workflow ที่ยกมามีลักษณะนี้

  1. ใช้ AI ช่วยเขียน prompt สำหรับภาพหรือวิดีโอ
  2. ส่ง prompt ไปที่เครื่องมือสร้างสื่อ
  3. ดูผลลัพธ์, ประวัติ และไฟล์ใน dashboard เดียว

ตัวอย่างที่ถูกยกมาคือการให้ Hermes สร้าง prompt วิดีโอเกี่ยวกับแมว แล้วเอา prompt นั้นไปสร้างวิดีโอต่อ เหตุผลของแนวทางนี้เรียบง่ายมาก คือ ในคลิป ผู้บรรยายใช้ AI ช่วยร่าง prompt ให้เครื่องมืออีกตัว แต่ยังไม่มีผลเปรียบเทียบอิสระว่าดีกว่าคนเขียนสดๆ ในครั้งแรก

สำหรับธุรกิจไทย นี่แปลเป็น use case ได้หลายแบบ เช่น

จุดที่น่าชอบคือระบบแบบ studio ทำให้เห็น history ของงานภาพและวิดีโอ ไม่ใช่สร้างเสร็จแล้วหายไปใน terminal มันเหมาะกับงานจริงมากกว่า เพราะทีมต้องย้อนกลับมาดู แก้ และโหลดไฟล์ซ้ำอยู่เสมอ

แต่ก็ต้องพูดตรงๆ ว่า media studio แบบนี้จะคุ้มก็ต่อเมื่อเรามีปริมาณงานคอนเทนต์พอสมควร ถ้าสร้างภาพเดือนละ 2 ครั้ง การใช้เครื่องมือสำเร็จรูปทั่วไปอาจง่ายกว่า

Step 5: ใช้ X Search และ OpenAI-Compatible Proxy ให้ AI ต่อกับเครื่องมือเดิม

รุ่นนี้เพิ่ม X Search สำหรับค้นหาโพสต์และหัวข้อจาก X โดยต้องเปิดใน hermes tools และมี xAI API key หรือ SuperGrok OAuth ที่มีสิทธิ์ใช้งาน การค้นหาใช้ค่า API หรือโควตา subscription ตามเส้นทางที่เลือก ไม่ได้เปิดใช้ฟรีโดยอัตโนมัติ

หน้าจอ Hermes Agent แสดง Latest AI Automation & Agent News from X (May 2026)
คำตอบข่าวจากเดโมของต้นทาง ข้อความและข้อกล่าวอ้างภายในคำตอบ AI ยังไม่ได้ตรวจยืนยันอิสระ

ถ้าเอามาใช้ในธุรกิจไทย ภาพจะชัดมากสำหรับทีมที่ต้องตามข่าวไว เช่น

v0.14 เพิ่ม local OpenAI-compatible proxy โดยในโค้ดแท็ก v2026.5.16 รองรับ Nous Portal ผ่าน OAuth เครื่องมือภายนอกจึงเรียก endpoint ภายในเครื่องได้ตาม API ที่ upstream รองรับ ต้องตรวจ provider ที่รองรับก่อน ไม่ควรเหมารวมว่าทุก subscription ใช้แทน API ได้

แนวทางนี้อาจช่วยจัดการ endpoint ของเครื่องมือให้เป็นระบบขึ้น แต่ยังต้องตรวจความเข้ากันได้ ข้อกำหนดบัญชี และโควตาของ provider ที่ใช้ ไม่ใช่ทางลัดให้ subscription ทุกแบบกลายเป็น API

แน่นอนว่าจุดนี้ต้องทดสอบกับเครื่องมือจริงของแต่ละทีมก่อน เพราะคำว่า compatible ไม่ได้แปลว่าทุก use case จะไหลลื่น 100%

Step 6: ใช้ browser control และ computer use กับงานธุรการซ้ำๆ

ผู้พัฒนารายงานว่า browser_console evaluations เร็วขึ้นประมาณ 180 เท่าใน benchmark เฉพาะ จากการใช้ CDP WebSocket ที่เชื่อมต่อค้างไว้ ตัวเลขนี้ไม่ได้วัดเวลาจบ workflow บนเว็บทั้งหมด

หน้าจอ Hermes v0.14 แสดงหัวข้อ 180x faster browser control และแดชบอร์ด agent
ข้อความ 180× ในภาพเป็นคำอธิบายของต้นทาง ขอบเขตที่ตรวจได้คือ benchmark ของ browser_console ไม่ใช่ความเร็วของทุกงานบนเว็บ

ถ้าตัวเลขนี้ใกล้เคียงกับการใช้งานจริง ผลกระทบจะเยอะมาก เพราะปัญหาคลาสสิกของ AI agent ที่ควบคุม browser คือ “ทำได้ แต่ช้าเกินจะใช้” พอช้าเกินไป คนก็กลับไปทำเองอยู่ดี

computer_use ผ่าน cua-driver ในรุ่นนี้รองรับการควบคุมหน้าต่างเบื้องหลังบน macOS และต้องให้สิทธิ์ Accessibility กับ Screen Recording ความสามารถและความเข้ากันได้ขึ้นกับระบบและโมเดล ผู้บรรยายทดลองสั่งให้เปิด Notes และสร้างโน้ต แต่หลักฐานที่ตรวจครั้งนี้ไม่ได้ยืนยันการทำงานครบขั้นหรือทดสอบซ้ำ

หน้าจอ Hermes v0.14 แสดงการตั้งค่าอนุญาตสำหรับ computer use และคำแนะนำด้านความปลอดภัย
ภาพยังแสดงคำขออนุญาต computer_use สำหรับเปิด Notes จึงไม่ใช่หลักฐานว่าเปิดและเขียนโน้ตเสร็จแล้ว ข้อความ handoff ด้านซ้ายต่างจากคำสั่งในโค้ดแท็กที่ตรวจ โดย /model ใช้เปลี่ยนโมเดล ส่วน /handoff ใช้ย้ายแพลตฟอร์ม

จุดที่น่าสนใจคือมันทำงาน “ด้านหลัง” ได้โดยไม่มาขวางงานหลักของเรา มุมนี้เหมาะกับงานลักษณะต่อไปนี้

แต่ต้องมีความคาดหวังที่ถูกต้องไว้ก่อน AI computer use ยังไม่ใช่ระบบที่ควรปล่อยทำงานสำคัญแบบไม่ตรวจเลย โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวกับบัญชี การจ่ายเงิน หรือการแก้ข้อมูลในระบบจริง ควรเริ่มจากงาน low-risk ก่อน

Step 7: ใช้ live handoff, Teams, Discord และ Windows เพื่อให้ agent อยู่ในงานประจำวัน

/handoff <platform> ย้าย session จาก CLI ไปทำต่อในช่องทางแชตที่ตั้งค่าไว้ โดยต้องเปิด gateway และกำหนด home channel ก่อน ส่วนการเปลี่ยนโมเดลใน session ใช้ /model และต้องตั้งค่า provider ไว้แล้ว

  1. เริ่มคุยกับ model เร็วเพื่อเก็บ requirement
  2. หากงานต้องใช้โมเดลอื่น ให้เลือกผ่าน /model ส่วน /handoff ใช้ย้าย session ไปยังแพลตฟอร์มแชตที่เชื่อมต่อ ไม่ใช่คำสั่งเปลี่ยนโมเดล
  3. ทำต่อบน context เดิม ไม่ต้องเริ่มใหม่

สำหรับทีมธุรกิจ นี่ช่วยลดความน่าหงุดหงิดอย่างหนึ่งของ AI ได้ดี คือการต้องอธิบายเรื่องเดิมซ้ำหลายรอบ

Hermes ยังเพิ่มการรองรับ Microsoft Teams, มี Discord history backfill และมีปุ่มตอบแบบ native บน Telegram/Discord ด้วย สิ่งเหล่านี้อาจไม่ได้หวือหวาเท่า browser speed แต่สำคัญมากถ้าเป้าคือเอา AI ไปอยู่ใน workflow ของทีม

ถ้า AI อยู่ในที่ที่ทีมคุยกันอยู่แล้ว โอกาสถูกใช้งานจริงจะสูงกว่าให้ทุกคนเปิดแดชบอร์ดใหม่อีกตัวเสมอ

อีกจุดที่มีผลกับคนใช้งานทั่วไปคือ native Windows beta เพราะลดข้อจำกัดเรื่องต้องพึ่ง WSL หรือ Linux ซึ่งเป็นกำแพงใหญ่สำหรับหลายทีม

Step 8: อย่ามองข้าม memory stack เพราะนี่คือส่วนที่ทำให้ AI เริ่ม “รู้จักเรา”

ส่วนที่มีน้ำหนักที่สุดในคลิป ไม่ใช่การสร้างวิดีโอหรือค้น X แต่คือเรื่อง memory Julian เรียกระบบนี้ว่า Infinite Context Engine โดยเชื่อมกับ Obsidian เพื่อเก็บข้อมูลเกี่ยวกับงาน เครื่องมือ กระบวนการ คนในทีม และสิ่งที่ทำประจำ

หน้าจอ Hermes v0.14 Memory แสดง Obsidian vault และรายการ memories ที่เชื่อมไว้
ภาพรวมหน้าความจำใน Obsidian ของต้นทาง ข้อความด้านซ้ายกล่าวถึง prompt cache ซึ่งเป็นการใช้บริบทขาเข้าซ้ำ ไม่ใช่การรับประกันความจำถาวรหรือการจำบทสนทนาทั้งหมดข้าม session

หลักคิดตรงนี้สำคัญมาก ถ้า AI ไม่รู้ว่าเราทำงานอะไร ใช้เครื่องมือไหน มีทีมแบบไหน มันก็ช่วยได้แค่ระดับทั่วไป คำตอบจะดูฉลาด แต่ไม่ค่อยลงมือใช้ได้จริง

ตัวอย่างในคลิปคือการให้ Hermes เสนอไอเดีย automation ที่เหมาะกับงานของเจ้าของระบบ ซึ่งคำตอบออกมาเฉพาะตัว เพราะ AI มีข้อมูลพื้นฐานอยู่แล้ว

สำหรับธุรกิจไทย ถ้าอยากให้ agent ใช้งานได้จริง เราควรสร้าง memory อย่างน้อย 4 หมวดนี้

มุมมองของเรา คือ memory สำคัญกว่า model เสียอีกในหลายงาน เพราะ model เก่งขึ้นเรื่อยๆ อยู่แล้ว แต่ถ้าไม่มี context เฉพาะธุรกิจ คำตอบจะยัง generic อยู่ดี

ข้อควรระวังคือ memory ที่ดีไม่ใช่การโยนไฟล์ทุกอย่างเข้าไป แต่ต้องจัดโครงสร้างให้หาเจอและเชื่อมโยงกันได้ ไม่อย่างนั้นมันจะกลายเป็นคลังข้อมูลรกๆ ที่ AI เรียกใช้ไม่คุ้ม

Step 9: ประกอบทั้งหมดเป็น Agent OS หรือ command center เดียว

Julian เสนอแนวคิดที่เรียกว่า Goldie Agentic Command Stack ซึ่งสรุปออกมาเป็น 5 ชั้น

  1. Brain คือ model ที่ใช้คิด
  2. Platforms คือช่องทางสื่อสาร เช่น Telegram, Discord, Slack, WhatsApp
  3. Hands คือ tools และ skills ที่ลงมือทำงาน
  4. Memory คือ knowledge และ context ระยะยาว
  5. Command Center คือ dashboard ที่รวมทุกอย่าง
สกรีนช็อต Hermes v0.14 อธิบายเลเยอร์ Command Center ของ Goldie Agentic Command Stack
ภาพแสดงร่าง prompt วิดีโอแมว ยังไม่ยืนยันผลวิดีโอสำเร็จจากคำสั่งนี้

สิ่งที่น่าสนใจคือเขาไม่ได้มอง AI เป็นแอปเดี่ยวๆ แต่เป็นระบบปฏิบัติการสำหรับงาน ถ้าแปลเป็นภาพธุรกิจไทย มันเหมือนเรามีศูนย์ควบคุมที่รวมการตลาด คอนเทนต์ SEO งานประจำวัน และ knowledge base ไว้ในที่เดียว

แนวคิดนี้ดีมากในเชิงกลยุทธ์ เพราะช่วยแก้ปัญหา “สมัคร AI หลายตัวแต่ไม่มีตัวไหนเชื่อมกัน” ซึ่งเป็นสภาพที่หลายทีมกำลังเจออยู่

ข้อจำกัดคือยิ่งระบบรวมศูนย์มาก การออกแบบโครงสร้างก็ยิ่งสำคัญ ถ้าวางไม่ดี dashboard จะกลายเป็นอีกหนึ่งที่รกแทนที่จะเป็น command center

Step 10: ตัดสินใจให้ชัดว่าเวอร์ชันนี้เหมาะกับงานแบบไหน

ถ้าสรุปแบบตรงไปตรงมา Hermes v0.14 เหมาะมากกับคนหรือทีมที่เริ่มจริงจังกับ AI agent แล้ว ไม่ใช่แค่ถามตอบทั่วไป แต่ต้องการให้ AI ไปแตะงานจริง เช่น ค้นข้อมูล สร้างสื่อ เปิดแอป เขียนโน้ต หรือทำงานใน channel ของทีม

จุดแข็งของอัปเดตนี้คือ

ส่วนจุดที่ควรมองอย่างระวังคือ แม้จะ “ง่ายขึ้น” แต่ก็ยังไม่ใช่เครื่องมือแบบสมัครแล้วใช้ได้ทันทีเหมือน SaaS ทั่วไป และ workflow ที่สวยในเดโมจะคุ้มจริงก็ต่อเมื่อเรามีงานซ้ำๆ ให้ AI ช่วยพอสมควร

Actionable Insights

Troubleshooting

การต่อยอด

สรุป Checklist ทั้งหมด

ถ้ามองแบบสั้นที่สุด Hermes v0.14 ไม่ได้มีค่าเพราะฟีเจอร์ใหม่เยอะอย่างเดียว แต่มีค่าเพราะมันขยับ AI agent เข้าใกล้การทำงานจริงอีกขั้น โดยเฉพาะสำหรับคนที่อยากรวม model, tools, memory และ workflow ไว้ในระบบเดียว

สำหรับเจ้าของธุรกิจและคนทำงาน ประเด็นที่ควรหยิบไปใช้ไม่ใช่แค่ “จะติดตั้ง Hermes ไหม” แต่คือ “เราจะออกแบบงานให้ AI จำเรา เข้าใจงานเรา และช่วยในจุดที่กินเวลามากที่สุดได้อย่างไร” ถ้าตอบคำถามนี้ได้ เครื่องมือแบบ Hermes จะไม่ใช่ของเล่นใหม่ แต่จะกลายเป็นโครงสร้างงานชิ้นสำคัญของทีม

แหล่งวิดีโอต้นฉบับ

ข้อมูลเกี่ยวกับ xAI และ Grok

แหล่งข้อมูลต้นทาง

เอกสารสำหรับตรวจขอบเขตฟีเจอร์

Insiderly

บทความจากกองบรรณาธิการ Insiderly

อ่านบทความทั้งหมด

More in ข่าวผลิตภัณฑ์ AI

See all
ภาพปกบทสัมภาษณ์ Will Koh จาก Ramp เรื่อง GPT-5.5

GPT-5.5 กับงานจริง: บทเรียนจาก Will Koh และ Ramp

โดย Insiderly
/
ภาพปกคลิป ChatGPT Images 2.0 พร้อมตัวอย่างภาพจรวด

ChatGPT Images 2.0: ย้อนดูแนวคิดภาพสำหรับงานธุรกิจ

โดย Insiderly
/
อินเทอร์เฟซ Deep Research ของ ChatGPT แสดงข้อความ 'Ready when you are' กล่องคำถามตัวอย่าง และตัวเลือก Deep research กับ Sites (3)

การอัปเดต Deep Research ใน ChatGPT: พลังของ GPT-5.2 และฟีเจอร์เชิงลึก

โดย Insiderly
/
video thumbnail for 'NEW PicoClaw DESTROYS OpenClaw?'

NEW PicoClaw DESTROYS OpenClaw? วิเคราะห์ว่าจริงหรือแค่ฮิป

โดย Insiderly
/

บทความอื่นจาก Insiderly

See all
ภาพปกบทสัมภาษณ์ Will Koh จาก Ramp เรื่อง GPT-5.5

GPT-5.5 กับงานจริง: บทเรียนจาก Will Koh และ Ramp

โดย Insiderly
/
ภาพปกคลิป ChatGPT Images 2.0 พร้อมตัวอย่างภาพจรวด

ChatGPT Images 2.0: ย้อนดูแนวคิดภาพสำหรับงานธุรกิจ

โดย Insiderly
/
ภาพปก The End of Apps ของ Kitze บนเวที AI Engineer Europe

AI Agents กับจุดจบของแอป: บทเรียนจาก Kitze

โดย Insiderly
/
ภาพปกการสนทนา Human Judgment in Agentic Engineering จาก AI Engineer Europe

AI เร่งงานได้ แต่แรงเสียดทานช่วยให้เราตัดสินใจดีขึ้น

โดย Insiderly
/