เปิด Claude Code สามหน้าต่าง สั่งงานคนละอย่าง แล้วสลับไปมาจนจำไม่ได้ว่าหน้าต่างไหนทำอะไรอยู่ agent ตัวหนึ่งรอ input เราอยู่แต่เราไม่เห็น อีกตัวแก้ไฟล์ชนกันเพราะอยู่ branch เดียวกัน จน worktree เริ่มมั่ว นี่คืออาการปกติของคนที่เพิ่งขยับจาก “ใช้ AI ช่วยเขียนโค้ด” มาเป็น “รัน coding agent หลายตัวพร้อมกัน”
ปัญหาคือ terminal และ IDE ที่เราใช้กันมาสิบปี ออกแบบมาสำหรับคนคนเดียวทำงานทีละอย่าง ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อคุม agent หลายตัวที่ต่างคนต่างรันยาว ๆ พร้อมกัน เครื่องมือกลุ่มใหม่เลยเกิดขึ้นมาตอบโจทย์นี้โดยเฉพาะ บทความนี้เทียบ 5 ตัว แต่ก่อนไล่รายตัว ต้องเข้าใจก่อนว่ามันไม่ใช่คู่แข่งตรง ๆ กันทั้งหมด มันอยู่คนละจุดบนสเปกตรัมเดียวกัน
กรอบคิด: สเปกตรัม “คุมเอง” ถึง “สำเร็จรูป”
วางเครื่องมือทั้ง 5 บนเส้นเดียว จากซ้าย (เราเซ็ตเองทุกอย่าง ฟรี ยืดหยุ่นสุด) ไปขวา (สำเร็จรูป สเกลง่าย แต่แลกด้วยค่าใช้จ่ายหรือการผูกกับ ecosystem):
- tmux baseline ทำเอง terminal multiplexer คลาสสิกที่ไม่ได้ทำมาเพื่อ agent แต่คนเอามาเป็นฐานรันหลาย session
- cmux / Supacode terminal สายใหม่ native macOS สร้างบน libghostty ออกแบบมาเพื่อรัน agent พร้อมกันโดยเฉพาะ
- Conductor GUI orchestrator ไม่ใช่ terminal แต่เป็นแอปที่ spin agent, ดูภาพรวม, review แล้ว merge ได้ในที่เดียว
- Warp แพลตฟอร์มเต็มระบบ Agentic Development Environment ที่มี agent ของตัวเอง บวก cloud orchestration เล็งทีมและองค์กร
ยิ่งไปทางขวา ยิ่งสะดวกและสเกลง่าย แต่ยิ่งผูกกับ ecosystem ของแต่ละเจ้า และบางตัวเป็น mac-only ส่วนซ้ายสุดฟรีและคุมได้ 100% แต่ต้องลงแรงเซ็ตเอง จุดที่น่าสังเกต: cmux กับ Supacode สร้างบน libghostty ตัวเดียวกัน (engine เบื้องหลัง Ghostty ของ Mitchell Hashimoto) และแทบทุกตัวรองรับหลาย harness (Claude Code, Codex, ฯลฯ) เพราะฉะนั้นตัวตัดสินไม่ใช่ “ใช้ agent อะไรได้” แต่เป็น “จัดการ agent หลายตัวได้ดีแค่ไหน”
tmux ฐานที่ทำเอง 100%

tmux เป็น terminal multiplexer ที่มีมาก่อนยุค AI นานมาก แต่ยังเป็นตัวเลือกที่ดีเพราะมันฟรี เป็น open source ข้ามแพลตฟอร์ม (macOS/Linux/WSL) และเก่งเรื่องที่เครื่องมือใหม่ ๆ ยังทำไม่ได้: session แบบ persistent ที่ detach แล้วกลับมาต่อได้ ทำงานผ่าน SSH บน server ปลายทางได้สบาย
ข้อแลกคือ tmux ไม่รู้จัก agent มันไม่มี git worktree อัตโนมัติ ไม่มีการแจ้งเตือนเวลา agent รอเรา ไม่มี dashboard ทุกอย่างต้องเซ็ตเองใน .tmux.conf และเขียน script ครอบเอง จุดขายจริง ๆ ของมันคือคุมได้หมด ไม่มี lock-in และรันที่ไหนก็ได้ เหมาะกับคนที่ทำงานบน remote server บ่อยหรือไม่อยากผูกกับแอปเจ้าใดเจ้าหนึ่ง
cmux terminal ที่เข้าใจ agent

cmux (โดย manaflow-ai) เป็น terminal native macOS ฟรีและ open source สร้างด้วย Swift/AppKit บน libghostty และอ่าน config ของ Ghostty เดิมได้เลย ทั้งธีม ฟอนต์ สี ตัวมันออกแบบมาเพื่อ workflow แบบรัน agent หลายตัว: vertical tabs, split panes, notification rings ที่เด้งเตือนเวลา agent ต้องการเรา และ socket API ให้สั่งงานด้วยสคริปต์ได้
จุดที่แน่นกว่าตัวอื่นในกลุ่ม terminal คือมันมี browser ในตัวที่ควบคุมผ่าน API ได้ ต่อกับ tmux ปลายทางแบบ remote ได้ และมี companion บน iOS (remote tmux กับ iOS ยังเป็น beta) ส่วนเรื่อง agent รองรับได้หลายค่าย ทั้ง Claude Code, Codex, OpenCode, Gemini CLI, Aider หรือ CLI ตัวไหนก็ได้ Mitchell Hashimoto คนสร้าง Ghostty เองก็เอ็นดอร์ส cmux โดยบอกว่าเป็น macOS terminal บน libghostty ที่ทำมาเพื่อคนใช้ terminal-based agentic workflow หนัก ๆ โดยเฉพาะ ข้อจำกัด: เป็น mac-only (มี community fork ชื่อ cmux-linux แต่ไม่ใช่ตัวหลัก)
Supacode คุม agent เป็นสิบ ๆ ตัวต่อ repo

Supacode (โดย supabitapp) เป็น terminal native macOS ฟรี open source สร้างบน libghostty เหมือน cmux แต่วางตัวไปทาง “ปริมาณ”: ชูการรัน 50+ agent พร้อมกัน โดยแต่ละ agent ได้ git worktree ของตัวเองอัตโนมัติ ไฟล์เลยไม่ชนกันและทำงานขนานกันจริงบน repo เดียว บวกฟีเจอร์ GitHub-native อย่างเปิด PR หรือดู CI ได้ใน terminal
มีสองข้อที่ต้องรู้ก่อนลง: หนึ่ง มันต้องใช้ macOS 26 Tahoe เท่านั้น เช็คเวอร์ชัน OS ก่อน สอง ตอนนี้ยังเป็น beta ออกของถี่มาก (ราว ๆ v0.10.x ช่วงกลางปี 2026) และประกาศเองว่าจะมี breaking change ดังนั้น track record เลยยังสั้นกว่า cmux เทียบกันตรง ๆ คู่นี้คล้ายกันมาก ต่างกันที่ cmux เน้น programmability/ครบเครื่อง ส่วน Supacode เน้นสเกลจำนวน agent ต่อ repo
Conductor ออกจาก terminal มาเป็น GUI

Conductor (โดย Melty Labs) ต่างจากตัวอื่นตรงที่ไม่ใช่ terminal แต่เป็นแอป GUI บน macOS จุดเด่นคือ dashboard ที่เห็น agent ทุกตัวในที่เดียว แล้วมี flow ให้ review และ merge งานได้ในแอป เหมาะกับคนที่ไม่อยากอยู่ใน terminal ตลอดเวลา ตัวแอปใช้ฟรีได้ ผูกกับ login Claude Code เดิมของเรา (API key, Pro หรือ Max) รัน Claude Code, Codex และ Cursor ได้ในเวิร์กสเปซแยกกัน มี Conductor Cloud (รันบน cloud) กับ tier องค์กรเป็นบริการเสริมแบบ hosted และติดต่อฝ่ายขาย ยังไม่มีราคาสาธารณะ
ข้อควรระวังเวลาไปหาข้อมูล: ชื่อ “Conductor” ชนกับหลายผลิตภัณฑ์ ทั้ง conductor.com (แพลตฟอร์ม SEO คนละตัว), Code Conductor (no-code) และ Conductor ของ Netflix (workflow engine) ตัวที่เราพูดถึงคือของ Melty Labs เท่านั้น
Warp แพลตฟอร์มเล็งทีมและองค์กร
Warp อยู่คนละสเกลกับที่เหลือ มันคือ Agentic Development Environment เต็มระบบที่ทำงานข้ามแพลตฟอร์ม (ไม่ใช่ mac-only) ประกอบด้วยสามส่วน: Warp Terminal (ตอนนี้เปิด open source แล้วภายใต้ AGPL-3.0), Warp Agent (harness ของตัวเอง) และ Oz แพลตฟอร์ม orchestrate agent บน cloud
Oz คือส่วนที่เล็งองค์กรจริง ๆ เปิดตัวช่วงต้นปี 2026 และอัปเกรดใหญ่เป็น multi-harness เมื่อ 19 พ.ค. 2026 เพิ่ม cross-harness memory, การ orchestrate หลาย agent อัตโนมัติ และ governance/security ระดับองค์กร เรื่องราคา: Warp terminal ใช้ฟรี ไม่มี cap ส่วน Oz เปิดให้ใช้ได้ทุก plan รวมทั้งฟรี แต่คิดเงินตาม credit (นับตาม AI และ compute ที่ใช้จริง) มีเฉพาะฟีเจอร์ระดับองค์กร เช่น BYO LLM, self-hosted agent, shared credit pool และ spend control ที่ต้องขึ้น paid tier นอกจากนี้ยังมีโปรแกรม “Oz for OSS” แจก credit ให้ maintainer โครงการ open source ด้วย เหมาะกับทีมหรือองค์กรที่ต้องการ control และ scale บน cloud มากกว่าคนทำงานเดี่ยว
สรุปเทียบ 6 มิติ
- แพลตฟอร์ม: tmux และ Warp ข้ามแพลตฟอร์ม ส่วน cmux, Supacode, Conductor เป็น mac-only
- รูปแบบ: tmux/cmux/Supacode เป็น terminal, Conductor เป็น GUI, Warp เป็นแพลตฟอร์มเต็มระบบ
- การแยกงาน: Supacode ให้ git worktree อัตโนมัติต่อ agent, tmux ต้องทำเอง, ที่เหลืออยู่กลาง ๆ
- แจ้งเตือน/มอนิเตอร์: cmux มี notification rings, Conductor มี dashboard, Warp/Oz มอนิเตอร์ระดับ fleet, tmux ไม่มีในตัว
- agent ที่รองรับ: เกือบทุกตัวรองรับหลาย harness (Claude Code, Codex, ฯลฯ) Warp มี agent ของตัวเองเพิ่ม
- ราคา: cmux, Supacode, tmux ฟรี open source; Conductor แอปใช้ฟรีได้ (จ่ายค่า Claude sub เอง) Cloud/องค์กรเป็นบริการเสริมแยก; Warp terminal ฟรี Oz คิดตาม credit (มี free tier) เฉพาะ enterprise governance ที่เสียเงิน
แล้วควรใช้ตัวไหน
ไม่มีตัวที่ “ดีที่สุด” มีแต่ตัวที่เหมาะกับสถานการณ์ของเรา ลองแมปตามนี้:
- ทำงานคนเดียวบน Mac อยากได้ตัวเดียวจบ → cmux หรือ Conductor
- ชอบอยู่ใน terminal และอยากได้ programmability (สั่งด้วยสคริปต์/API) → cmux
- อยากคุม agent เยอะ ๆ ต่อ repo และใช้ macOS 26 อยู่แล้ว → Supacode
- ไม่อยากแตะ terminal อยากเห็นภาพรวมและ review ง่าย → Conductor
- SSH เข้า server บ่อย ไม่เอา lock-in หรือต้องข้ามแพลตฟอร์ม → tmux
- เป็นทีมหรือองค์กรที่ต้องการ governance และ scale บน cloud → Warp (Oz)
ข้อควรรู้ก่อนกดโหลด
เครื่องมือกลุ่มนี้ขยับเร็วมาก ข้อมูลในบทความนี้เช็คเมื่อ กรกฎาคม 2026 (Supacode ราว v0.10.x และยัง beta, Oz หลังอัปเกรด multi-harness 19 พ.ค. 2026) เวอร์ชันและราคาเปลี่ยนได้รายสัปดาห์ ควรเข้าไปเช็คหน้า official ก่อนตัดสินใจ จุดที่มักเข้าใจผิด: เว็บ official ของ tmux คือ github.com/tmux/tmux (โดเมนอย่าง tmux.us หรือ tmux.app เป็นเพจของคนอื่น ไม่ใช่ทางการ) และ Supacode ต้องใช้ macOS 26 Tahoe เท่านั้น
