สรุปจากคลิป ดูคลิปต้นฉบับ
How to Build Your Own Hermes + OpenClaw แบบฟรี ใช้ AI Agent บนเครื่องเราเอง

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดในคลิปจากช่อง Julian Goldie SEO ไม่ใช่แค่การประกอบเครื่องมือหลายตัวเข้าด้วยกัน แต่คือแนวคิดเบื้องหลังทั้งหมดว่า เราไม่จำเป็นต้องจ่ายค่า API รายเดือนเสมอไป ถ้าโจทย์ของเราคือการใช้ AI ช่วยงานประจำวัน ช่วยเขียนโค้ด ช่วยค้นข้อมูล และช่วยทำงานซ้ำๆ ให้เสร็วขึ้น
คลิปนี้อธิบายการทำ Hermes + OpenClaw ในแบบที่ใช้ Ollama, Gemma 4, PI Agent และ web search MCP เพื่อสร้าง AI coding agent ที่รันบนเครื่องเราเอง จุดที่น่าคิดต่อสำหรับเจ้าของธุรกิจและคนทำงานไม่ใช่เรื่องเทคนิคเพียงอย่างเดียว แต่คือคำถามว่า ถ้าเรามี AI ที่อยู่ในเครื่องเราเอง เราจะเอาไปใช้กับงานจริงได้แค่ไหน และคุ้มเวลาที่ต้องตั้งค่าหรือไม่
สารบัญ
- Step 1: ทำความเข้าใจก่อนว่า Hermes + OpenClaw คืออะไร และทำไมธุรกิจควรสนใจ
- Step 2: ติดตั้ง Ollama ให้เครื่องเรารัน model ได้เอง
- Step 3: ดาวน์โหลด Gemma 4 เพื่อเป็นสมองหลักของ AI Agent
- Step 4: ติดตั้ง PI Agent เพื่อเปลี่ยน model ให้กลายเป็นผู้ช่วยลงมือทำงาน
- Step 5: เพิ่ม web search MCP เพื่อให้ AI หาข้อมูลสดจากอินเทอร์เน็ตได้
- Step 6: ทดลองใช้กับงานจริง ไม่ใช่แค่ทดสอบว่าเครื่องรันได้
- Step 7: ประเมินข้อดี ข้อจำกัด และตัดสินใจให้ตรงกับสภาพธุรกิจจริง
- Step 8: เขียน prompt ให้ชัด และจัดการ workflow ให้เป็นระบบ
- Actionable Insights
- Troubleshooting
- การต่อยอด
- สรุป Checklist ทั้งหมด
Step 1: ทำความเข้าใจก่อนว่า Hermes + OpenClaw คืออะไร และทำไมธุรกิจควรสนใจ
ถ้าอธิบายแบบไม่ติดศัพท์เทคนิคมากเกินไป ระบบนี้คือการเอา AI หลายชิ้นมาต่อกันให้กลายเป็นผู้ช่วยใน Terminal หรือหน้าคำสั่งบนคอมพิวเตอร์ของเราเอง โดยมีหน้าที่หลัก 3 อย่าง
- คิดและตอบ ด้วย model ภายในเครื่อง เช่น Gemma 4
- ลงมือทำ เช่น แก้ไฟล์ เขียนโค้ด รันคำสั่ง ผ่าน PI Agent
- ดึงข้อมูลสดจากเว็บ ผ่าน MCP สำหรับ web search
ประเด็นสำคัญคือ เครื่องมือนี้ไม่ได้ตั้งใจจะชนกับ ChatGPT หรือ Claude ในทุกมิติ แต่ตั้งใจทำให้เราได้ระบบที่ พอสำหรับงานส่วนใหญ่ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้งานต่อรอบ
สำหรับธุรกิจไทย นี่แปลว่าอะไรบ้าง
- ทีมเล็กสามารถมี AI ช่วยทำงานซ้ำๆ ได้ โดยไม่ต้องเพิ่ม subscription หลายตัว
- ข้อมูลบางอย่าง เช่น รายชื่อลูกค้า เอกสารภายใน หรือ draft แคมเปญ ไม่ต้องออกนอกเครื่องตลอดเวลา
- คนทำงานสาย operation, marketing, sales หรือ owner ที่ไม่ใช่ developer ก็เริ่มใช้ AI แบบจับต้องได้มากขึ้น
มุมที่ควรคิดเพิ่มคือ แม้คลิปจะเรียกว่า “ฟรี” แต่ฟรีในที่นี้หมายถึงไม่เสียค่า API และไม่เสียค่ารายเดือน ไม่ได้แปลว่าไม่มีต้นทุนเลย เพราะเรายังต้องใช้เวลา setup และใช้ทรัพยากรเครื่องพอสมควร โดยเฉพาะตอนดาวน์โหลด model และตอนรันงานที่ยาว

Step 2: ติดตั้ง Ollama ให้เครื่องเรารัน model ได้เอง
ตัวแรกที่ต้องมีคือ Ollama ซึ่งเป็นเครื่องมือสำหรับดาวน์โหลดและรัน model บนคอมพิวเตอร์ของเราเอง รองรับทั้ง Mac, Windows และ Linux
บทบาทของ Ollama สำคัญมาก เพราะมันคือฐานของระบบทั้งหมด ถ้าเปรียบง่ายๆ PI Agent คือคนสั่งงาน ส่วน Ollama คือเครื่องยนต์ที่ทำให้ model ทำงานได้
ขั้นตอนในคลิปค่อนข้างตรงไปตรงมา
- เข้าเว็บไซต์ Ollama
- ดาวน์โหลดเวอร์ชันที่ตรงกับระบบปฏิบัติการ
- ติดตั้งให้เรียบร้อย
- เปิด Terminal แล้วพิมพ์คำสั่งเพื่อตรวจว่าใช้งานได้แล้ว
ถ้าระบบแสดงรายการคำสั่งกลับมา แปลว่าพร้อมใช้งาน
สำหรับคนที่ไม่ได้ทำสายเทคนิคอยู่แล้ว จุดนี้อาจเป็นด่านแรกที่ทำให้รู้สึกว่าระบบ local AI “ไม่ง่ายเท่าเปิดเว็บแล้วพิมพ์ถาม” ซึ่งเป็นเรื่องจริง เราควรยอมรับตรงๆ ว่า setup แบบนี้เหมาะกับคนที่ยอมลงทุนเวลา 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมงในครั้งแรก เพื่อแลกกับการใช้งานระยะยาวที่คุมต้นทุนได้ดีกว่า

Step 3: ดาวน์โหลด Gemma 4 เพื่อเป็นสมองหลักของ AI Agent
เมื่อมี Ollama แล้ว ขั้นต่อไปคือโหลด Gemma 4 ซึ่งเป็น open model จาก Google ที่คลิปวางให้เป็น model หลักของชุดนี้
หลังจากดาวน์โหลดเสร็จ สามารถทดลองรันได้ทันที
สิ่งที่คลิปพยายามเน้นคือ พอถึงจุดนี้ เราจะเริ่มเห็นเสน่ห์ของ local AI ชัดขึ้นมาก เพราะเราสามารถคุยกับ model ได้จากในเครื่อง โดยไม่ต้องใส่ API key และไม่ต้องเรียกใช้บริการภายนอกตลอดเวลา
ข้อดีที่ควรเก็บไว้คิดมี 3 ข้อ
- ความเป็นส่วนตัว ข้อมูลส่วนใหญ่ยังอยู่ในเครื่องเรา
- ความเร็ว งานหลายแบบตอบสนองไว เพราะไม่ต้องรอคิว API
- ต้นทุน ไม่มีค่ารันตาม usage
แต่ก็ต้องพูดตรงๆ ตามที่คลิปบอกไว้เช่นกันว่า local model ยังไม่ใช่ของแทน paid model ทุกกรณี งานที่ซับซ้อนมาก งาน reasoning หนักๆ หรือโจทย์ที่ต้องความแม่นสูงสุด อาจยังแพ้ GPT หรือ Claude รุ่นท็อปอยู่
ดังนั้นมุมมองที่สมเหตุสมผลคือ ใช้ local model กับงานประจำวัน เช่น สรุปข้อมูล เขียน draft แก้โค้ดเบื้องต้น จัดการไฟล์ หรือ research เร็วๆ แล้วค่อยใช้ paid model เฉพาะงานที่มูลค่าสูงและซับซ้อนจริง

Step 4: ติดตั้ง PI Agent เพื่อเปลี่ยน model ให้กลายเป็นผู้ช่วยลงมือทำงาน
ถ้ามีแค่ Ollama กับ Gemma 4 เราจะได้แค่ model สำหรับโต้ตอบ แต่ยังไม่ได้ “agent” เต็มตัว จุดที่ทำให้ระบบนี้น่าสนใจขึ้นคือ PI Agent ซึ่งเป็น CLI agent ที่รันใน Terminal และเชื่อม model เข้ากับการทำงานจริง เช่น แก้ไฟล์ สร้างโค้ด หรือจัดการคำสั่งต่างๆ
ขั้นตอนหลักตามคลิปคือ
- เข้า GitHub ของ PI Agent
- ติดตั้งตามคำสั่งที่กำหนด
- เปิดไฟล์ config
- ตั้งค่าให้ PI Agent ใช้ Gemma 4 ผ่าน Ollama
จุดที่น่าสนใจสำหรับคนทำธุรกิจคือ PI Agent ไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะคนเขียนโค้ดเท่านั้น ถ้าใช้ให้ถูก มันคือผู้ช่วยจัดการงานที่มีโครงสร้าง เช่น
- อ่านไฟล์ CSV แล้วช่วยล้างข้อมูล
- สร้าง template อีเมล outreach ตามรายชื่อลูกค้า
- ช่วยเขียน script อัตโนมัติสำหรับงาน admin
- สร้างหน้า landing page แบบง่ายเพื่อทดสอบแคมเปญ
ตรงนี้เป็นมุมที่หลายธุรกิจไทยมักมองข้าม เรามักคิดว่า AI agent เป็นของ developer แต่จริงๆ ถ้างานของเรามีข้อมูล มีไฟล์ และมีงานซ้ำๆ agent แบบนี้สามารถช่วยได้มาก แม้เราจะไม่เขียนโปรแกรมเองทุกวันก็ตาม

Step 5: เพิ่ม web search MCP เพื่อให้ AI หาข้อมูลสดจากอินเทอร์เน็ตได้
อีกชิ้นที่ทำให้ระบบนี้สมบูรณ์ขึ้นคือ MCP หรือ Model Context Protocol ซึ่งคล้ายระบบปลั๊กอินหรือสะพานเชื่อม AI เข้ากับเครื่องมือภายนอก
ในคลิปใช้ Parallel free web search MCP เพื่อให้ agent สามารถค้นเว็บได้ นี่เป็นจุดสำคัญมาก เพราะข้อจำกัดของ local model คือความรู้ไม่ได้สดตลอดเวลา แต่เมื่อเชื่อม web search เข้าไป agent จะดึงข้อมูลใหม่ได้ เช่น
- ข่าวล่าสุด
- ราคาและแพ็กเกจที่เปลี่ยนไป
- งานวิจัยหรือข้อมูลตลาดใหม่ๆ
- ข้อมูลคู่แข่งที่ต้องเช็กแบบปัจจุบัน
ขั้นตอนหลักคือเอารายละเอียด MCP ไปเพิ่มใน config ของ PI Agent แล้วทดลองสั่งให้ค้นบางอย่างจากเว็บ ถ้าระบบดึงผลลัพธ์กลับมาได้ ก็ถือว่าใช้งานสำเร็จ
นี่คือจุดที่ระบบเริ่มเหมาะกับงานธุรกิจมากขึ้น เพราะเราไม่ได้ต้องการ AI ที่เก่งเฉพาะการเขียน แต่ต้องการ AI ที่ “อัปเดตข้อมูลได้” ด้วย
อย่างไรก็ตาม มีข้อควรระวังที่คลิปแตะไว้สั้นๆ แต่ควรขยายความให้ชัดคือ แม้ prompt ส่วนใหญ่จะอยู่ในเครื่อง แต่เมื่อมีการค้นเว็บ ข้อมูลบางส่วนย่อมออกไปภายนอกตามธรรมชาติ เพราะระบบต้องไปเรียกข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต ดังนั้นถ้างานไหนมีข้อมูลอ่อนไหวมาก เราควรแยกให้ชัดว่าอะไรค้นเว็บได้ อะไรไม่ควรส่งออก

Step 6: ทดลองใช้กับงานจริง ไม่ใช่แค่ทดสอบว่าเครื่องรันได้
คลิปให้ตัวอย่างที่เห็นภาพดีคือการสั่ง agent ให้สร้าง landing page สำหรับขายบริการ AI automation โดยให้ช่วยทั้งเขียนโค้ด สร้างหน้า และถ้าต้องการก็ให้ช่วยหาแรงบันดาลใจด้านดีไซน์จากเว็บได้
นี่สะท้อนวิธีคิดที่สำคัญมาก เราไม่ควรประเมินเครื่องมือ AI จากความสามารถเชิง demo เท่านั้น แต่ควรถามว่า มันลดเวลาทำงานจริงของเราได้หรือไม่
คลิปยก workflow ที่ใช้งานได้ทันทีไว้ 6 แบบ ซึ่งเมื่อนำมาแปลเป็นภาพของธุรกิจไทย จะได้ประมาณนี้
1) ล้างข้อมูลลูกค้า
ถ้าเรามีไฟล์รายชื่อลูกค้าที่ซ้ำกัน ชื่อไม่เป็นรูปแบบเดียวกัน หรือมีคอลัมน์รกๆ agent สามารถช่วยอ่านไฟล์ หาข้อมูลซ้ำ และบันทึกไฟล์ใหม่ให้เรียบร้อย
2) เขียนอีเมล outreach หรือข้อความติดต่อ
ถ้าเรามีรายชื่อ lead และมี template หลักอยู่แล้ว agent สามารถช่วยเขียนฉบับเฉพาะรายให้เร็วขึ้น เราแค่ตรวจแก้ก่อนส่งจริง
3) สร้างสคริปต์อัตโนมัติ
เช่น สคริปต์จัดไฟล์ สรุปรายงาน หรือดึงข้อมูลจากหลายไฟล์มารวมกัน งานที่ปกติต้องทำมือทุกสัปดาห์มีโอกาสย่นเวลาลงมาก
4) research ตลาดและคู่แข่ง
เมื่อมี web search เราสามารถให้ agent ช่วยรวบรวมข้อมูลข่าว ราคา โปรโมชัน หรือแนวโน้มตลาด แล้วสรุปออกมาให้ใช้งานต่อได้
5) สร้างหน้าเว็บหรือเครื่องมือเล็กๆ
สำหรับธุรกิจที่ชอบทดลองเร็ว เช่น หน้า lead magnet, calculator ง่ายๆ หรือหน้าโปรโมชัน Agent ช่วยออกโครงและเขียนส่วนแรกได้ไวมาก
6) debug โค้ดที่มีอยู่แล้ว
ต่อให้เราไม่ได้เป็น developer เต็มตัว แต่หลายธุรกิจมีไฟล์เว็บไซต์ มี script tracking หรือ automation เล็กๆ ที่พังอยู่บ่อย การมีผู้ช่วยสำหรับหาบั๊กช่วยลดเวลางมหาจุดผิดได้มาก

Step 7: ประเมินข้อดี ข้อจำกัด และตัดสินใจให้ตรงกับสภาพธุรกิจจริง
คลิปนี้มีจุดแข็งตรงที่ไม่ได้ขายฝันเกินไป เพราะยอมรับชัดว่า local model ไม่ได้เก่งกว่าระบบใหญ่แบบเสียเงินในทุกด้าน เราเห็นด้วยกับมุมนี้ และมองว่าถ้าจะเอาไปใช้จริง ควรประเมินจาก 4 ปัจจัย
1) ข้อมูลของเราละเอียดอ่อนแค่ไหน
ถ้ามีไฟล์ลูกค้า เอกสารภายใน หรือข้อมูลเชิงกลยุทธ์เยอะ การมี AI บนเครื่องตัวเองมีความหมายมาก
2) งานที่เราทำซ้ำบ่อยหรือไม่
ถ้าเป็นงาน one-off ตั้งค่ายุ่งๆ แล้วใช้นานๆ ครั้งอาจไม่คุ้ม แต่ถ้ามีงานซ้ำทุกวัน ทุกสัปดาห์ ระบบนี้คุ้มค่าเวลา setup
3) ทีมเรายอมรับ Terminal ได้แค่ไหน
นี่คือข้อจำกัดจริง ไม่ใช่ทุกคนจะชอบทำงานผ่าน command line ถ้าทีมไม่ถนัดเลย อาจต้องมีคนหนึ่งคนเป็น owner ของระบบนี้ก่อน
4) เครื่องเราพร้อมหรือไม่
คลิประบุว่า laptop สมัยใหม่ก็พอใช้ได้ และถ้าเครื่องแรงขึ้นก็ใช้ model ขนาดใหญ่ขึ้นได้ แต่ในทางปฏิบัติ ประสบการณ์ใช้งานจะต่างกันมากตามสเปกเครื่อง
มุมที่ควรพูดเพิ่มคือ สำหรับเจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่ ระบบแบบนี้อาจไม่ใช่ “เครื่องมือหลักของทั้งทีม” ตั้งแต่วันแรก แต่เหมาะมากในฐานะ AI sandbox ส่วนตัว ที่ให้เราเริ่มทดลอง workflow โดยไม่ต้องจ่ายรายเดือนเพิ่ม
Step 8: เขียน prompt ให้ชัด และจัดการ workflow ให้เป็นระบบ
ช่วงท้ายคลิปมีคำแนะนำที่ดูธรรมดา แต่เป็นหัวใจของการใช้งานจริง
- เขียน prompt ให้ชัด
- เก็บ prompt ที่ใช้บ่อยไว้เป็นคลัง
- เชื่อม agent กับเครื่องมืออื่นถ้าทำได้
- อัปเดต Ollama และ PI Agent สม่ำเสมอ
- แบ่งปัน workflow กับชุมชนเพื่อเรียนรู้ต่อ
สำหรับคนทำธุรกิจ สิ่งที่ควรทำเพิ่มคืออย่าเริ่มจาก prompt กว้างๆ อย่าง “ช่วยทำการตลาดให้หน่อย” แต่ให้เริ่มจากงานแคบและวัดผลได้ เช่น
- สรุปรีวิวลูกค้า 200 รายการออกมาเป็น 5 pain points
- เขียน draft อีเมลติดตามลูกค้าที่ยังไม่ปิดการขาย
- สร้างโครงหน้า landing page สำหรับโปรโมชันเดือนนี้
ยิ่งโจทย์ชัด agent ยิ่งทำงานได้ดี โดยเฉพาะเมื่อใช้ local model ที่มักตอบได้ดีขึ้นมากเมื่อเราระบุรูปแบบผลลัพธ์ชัดเจน

Actionable Insights
- เริ่มจาก 1 workflow ที่เสียเวลามากที่สุด เช่น ล้างข้อมูลลูกค้า หรือสรุปรายงานประจำสัปดาห์ อย่าเริ่มจากการทำทุกอย่างพร้อมกัน
- ใช้ local AI กับงานภายในก่อน งานที่ไม่ต้องพึ่งความสร้างสรรค์ระดับสูงมักเห็นผลเร็วและคุมข้อมูลได้ดีกว่า
- เก็บ prompt ที่ใช้แล้วเวิร์กเป็น template จะช่วยให้ทั้งทีมใช้ซ้ำได้ ไม่ต้องเริ่มใหม่ทุกครั้ง
- แยกงานไหนใช้ local model งานไหนใช้ paid model จะทำให้คุมต้นทุนได้ดีโดยไม่ลดคุณภาพงานสำคัญ
- ตั้งคนรับผิดชอบระบบ 1 คน แม้ทีมจะเล็ก การมี owner ช่วยลดความสับสนเรื่อง config และการอัปเดต
Troubleshooting
ปัญหา: พิมพ์คำสั่ง Ollama แล้วระบบไม่รู้จักคำสั่ง
สาเหตุ: ติดตั้งยังไม่สมบูรณ์ หรือ Terminal ยังไม่เห็น path ของโปรแกรม
วิธีแก้: ติดตั้งใหม่ ตรวจว่าเปิดโปรแกรมครบแล้ว จากนั้นปิดและเปิด Terminal ใหม่ก่อนลองอีกครั้ง
ปัญหา: ดาวน์โหลด Gemma 4 ช้ามากหรือค้าง
สาเหตุ: ไฟล์ model มีขนาดหลายกิกะไบต์ และขึ้นกับความเร็วอินเทอร์เน็ต
วิธีแก้: รอให้ดาวน์โหลดจบก่อน อย่าทดสอบขั้นต่อไปกลางทาง และเช็กพื้นที่ว่างในเครื่องให้พอ
ปัญหา: PI Agent ติดตั้งแล้ว แต่ยังไม่ใช้ Gemma 4
สาเหตุ: ตั้งค่า model ใน config ไม่ถูก หรือยังไม่ได้ชี้ไปที่ Ollama
วิธีแก้: เปิดไฟล์ config แล้วตรวจชื่อ model ให้ตรงกับที่ดาวน์โหลดไว้ จากนั้นบันทึกและทดสอบใหม่
ปัญหา: Agent ตอบได้ แต่ค้นเว็บไม่ได้
สาเหตุ: MCP ของ web search ยังไม่ถูกเพิ่มใน config หรือค่าที่ใส่ไม่ครบ
วิธีแก้: กลับไปตรวจรายละเอียด MCP แล้วเพิ่มให้ครบ จากนั้นลองสั่งค้นข้อมูลที่ง่ายและชัดเจนก่อน
ปัญหา: ผลลัพธ์ที่ได้ไม่ตรงใจ หรือทำงานได้ไม่ดีเท่าที่คาด
สาเหตุ: prompt กว้างเกินไป หรือคาดหวังให้ local model ทำงานซับซ้อนเกินขีดความสามารถ
วิธีแก้: แยกงานเป็นขั้นตอนเล็กลง ระบุรูปแบบคำตอบให้ชัด และถ้างานยากมากค่อยส่งต่อไปใช้ paid model
การต่อยอด
- ทำระบบวิจัยตลาดประจำสัปดาห์ ให้ agent ค้นข่าวคู่แข่ง ราคา และแนวโน้มในตลาด แล้วสรุปเป็นรายงานสั้นสำหรับทีม
- สร้างคลัง prompt กลางของบริษัท แยกตามงานขาย การตลาด และ operation เพื่อให้ทุกคนใช้ AI ได้สม่ำเสมอขึ้น
- ต่อกับเครื่องมือทำงานอื่นผ่าน MCP ถ้าทีมเริ่มคุ้นแล้ว ค่อยขยายจาก web search ไปยัง task manager, email หรือ calendar
สรุป Checklist ทั้งหมด
- ☐ เข้าใจภาพรวมก่อนว่า Hermes + OpenClaw คือชุด AI agent ที่รันบนเครื่องเราเอง
- ☐ ติดตั้ง Ollama ให้พร้อมใช้งานบน Mac, Windows หรือ Linux
- ☐ ทดสอบว่า Terminal เรียกคำสั่ง Ollama ได้
- ☐ ดาวน์โหลด Gemma 4 ผ่าน Ollama
- ☐ ทดสอบรัน Gemma 4 ในเครื่องให้ตอบคำถามได้
- ☐ ติดตั้ง PI Agent จาก GitHub
- ☐ ตั้งค่า config ให้ PI Agent ใช้ Gemma 4 ผ่าน Ollama
- ☐ เพิ่ม Parallel free web search MCP ใน config
- ☐ ทดลองสั่งงานให้ agent ค้นเว็บและดึงผลลัพธ์กลับมา
- ☐ เลือก 1 workflow ธุรกิจจริงมาทดลองก่อน เช่น ล้างข้อมูลลูกค้า หรือเขียน outreach
- ☐ เขียน prompt ให้ชัดและเก็บ prompt ที่ใช้ได้ผลไว้เป็น template
- ☐ อัปเดต Ollama และ PI Agent เป็นระยะ
- ☐ ประเมินว่าควรใช้งาน local model กับงานไหน และใช้ paid model กับงานไหน
สรุปแล้ว How to Build Your Own Hermes + OpenClaw ไม่ได้เป็นแค่คู่มือประกอบเครื่องมือ AI ฟรีหลายตัวเข้าด้วยกัน แต่เป็นตัวอย่างของแนวทางใช้งาน AI ที่คุมต้นทุน คุมข้อมูล และเน้นประโยชน์จริงในงานประจำวัน สำหรับเจ้าของธุรกิจและคนทำงานไทย สิ่งสำคัญไม่ใช่การมี agent ที่เก่งที่สุดในโลก แต่คือการมีระบบที่ช่วยให้ทีมทำงานเร็วขึ้นในเรื่องที่ต้องทำอยู่ทุกวัน และในมุมนั้น ชุด Ollama + Gemma 4 + PI Agent + web search MCP ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าลองมาก
